สงขลาทูเดย์, สำนักข่าวโฟกัส, ข่าว สงขลา หาดใหญ่ ทั่วใต้, songkhlatoday

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • 20ปีโฟกัส

ข่าวหาดใหญ่ - สงขลา

"วิษณุ"ยกอบจ.สงขลา ต้นแบบพัฒนาการ "แพทย์ฉุกเฉิน"

by Focus Team @04-09-2558 11.13 ( IP : 110...34 ) | Tags : ข่าวหาดใหญ่ - สงขลา , แพทย์ฉุกเฉิน
photo  , 640x279 pixel , 46,384 bytes.

"วิษณุ" ชื่นชม อบจ.สงขลา พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินได้ดี ปลุก "อปท." เร่งพัฒนา โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยว ยกเหตุ ราชประสงค์ สะท้อนการแพทย์ฉุกเฉินไทย เผยนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2558 ณ ห้องแกรนด์บอลล์รูม โรงแรมลีการ์เด้นพลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา จัดประชุม "การแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับชาติ" ครั้งที่ 2 ปี 2558 ?พลังท้องถิ่นไทย สู่เส้นทางปฏิรูปการแพทย์ฉุกเฉินอย่างยั่งยืน? ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคม 2558 โดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิด นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับ นายนิพนธ์ บุญญามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.)กล่าวรายงาน ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายว่า รัฐบาลถือว่าการแพทย์ฉุกเฉินเป็นเรื่องสำคัญ และนับวันจะทวีความสำคัญมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน "ผมเองโดยส่วนตัวจำได้ว่าย้อนจากวันนี้ไปเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา ครั้งที่รัฐบาลนี้เพิ่งรับอำนาจต่อจากคสช. แล้วก็จะมาบริหารราชการแผ่นดินในฐานะรัฐบาล ตอนนั้นจำเป็นต้องมีการร่างนโยบายเพื่อว่านายกรัฐมนตรีจะได้ใช้แถลงต่อรัฐสภา ซึ่งก็คือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ" ตอนยกร่างนโยบายของรัฐบาลนั้น นายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะแล้วมีเกี่ยวข้องจำนวนหนึ่งนั่งเป็นคณะทำงานที่จะเขียนหรือยกร่างนโยบายสำหรับที่จะใช้แถลงต่อสภาฯตามที่รัฐบาลจะต้องแถลงนโยบายก่อนเข้ารับหน้าที่ พอมาถึงนโยบายในด้านการสาธารณะสุข นายกรัฐมนตรีได้เอ่ยขึ้นเองว่าให้ใส่เรื่องการแพทย์ฉุกเฉินเอาไว้ด้วยเพราะถือเป็นเรื่องสำคัญ หลังจากนั้น ก็ยังมีอีก หลายวาระที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงบท บาทและความสำคัญของการแพทย์ฉุกเฉิน ตลอดจนบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉิน "ท่านอธิบายเอาไว้ดีว่าสมมุติคนไข้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน อย่างนี้ไม่ใช่การแพทย์ฉุกเฉิน เพราะว่าเป็นการป่วยระยะยาว
เรื้อรัง ก็รักษากันไป แต่เมื่อไหร่ที่ผู้ป่วยเบาหวานมีอาการช็อคนั่นคือภาวะฉุกเฉินแล้ว และต้องใช้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินมาจัดการ ใช้ระบบการแพทย์รักษาโรคธรรมดาไม่ได้" ซึ่งคำอธิบายอย่างนี้ สั้น ง่าย เข้าใจได้ดี
แล้วก็ควรจะใช้ในการอธิบายต่อๆ ไป
"โดยความเป็นจริงการแพทย์ฉุก เฉินนั้น เข้ามาในจุดที่ต้องการช่วยชีวิตคน" เพราะฉะนั้น เมื่อมีผู้ประสบภัย จากอุบัติเหตุ อุบัติภัย หรือแม้แต่เจ็บไข้ได้ป่วย หรืออาการซึ่งมาเป็นปัจจุบันทันด่วนก็ เป็นกรณีฉุกเฉินทั้งสิ้นที่ต้องอาศัยระบบบริหารจัดการด้านการแพทย์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ มิฉะนั้นจะยื้อยุดฉุดเอาชีวิตของผู้ป่วยไว้ไม่ได้
สถิติผู้ป่วยจากอาการที่ฉุกเฉิน ไม่ว่า จะเนื่องมาจากการเจ็บไข้ได้ป่วยหรืออุบัติเหตุ อุบัติภัยมีอันดับสูงเกือบอันดับหนึ่งเกือบทั่วโลก รวมทั้ง ประเทศไทย และมีผู้เสียชีวิตจากการนี้เป็นจำนวนมากในรอบปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขเคยรายงานรัฐบาลว่าในประเทศไทยมีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลือจากระบบการแพทย์ฉุกเฉินประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งนับเป็นจำนวนที่มาก และถ้าหากว่า เราไม่มีระบบการจัด การที่ดี ชีวิตคนเหล่านี้ก็จะสูญสิ้นไป ซึ่งก็เป็น การเสียทรัพยากร บุคลากรของชาติ เสียขวัญ
เสียกำลังใจ และเกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนกระทั่งในทางการเมืองตามมาได้ รัฐบาลจึงมีนโยบายแน่วแน่ว่า การแพทย์ฉุกเฉินจะต้องจัดการ หรือแม้แต่ต้องทำให้ดีขึ้นด้วยการปฎิรูป ก็จะต้องในเรื่องสำคัญ 3 เรื่องดังต่อไปนี้คือ 1.จะต้องพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินของ โรงพยาบาลทั่วราชอาณาจักรให้มีประสิทธิ ภาพ สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่ ดังที่เวลานี้ที่ได้ส่งเสริมให้ ตั้งศูนย์กู้ชีพ ส่งเสริมให้มีหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อ แจ้งเหตุ แจ้งข่าว เช่น  1669 2.จะต้องมีการพัฒนาห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ต้องมีระบบคัดกรองผู้ป่วยที่ดี และที่สำคัญจะต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ ความสามารถประจำอยู่ในห้องฉุกเฉิน 3.การพัฒนาการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินในภาวะวิกฤติ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นปัจจุบันทันด่วนและก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้คนมากมายไม่ใช่เพียงคนเดียว ?เหตุระเบิดที่ 4 แยกราชประสงค์ ดังที่ได้ทราบกันอยู่ จะเกิดอย่างไร เกิดจากใครนั้นเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ๆ จะไปจัดการสืบสวน สอบสวน และติดตามตัวคนร้าย? แต่สิ่งหนึ่งซึ่งรัฐบาลชื่นชมเป็นอย่างมาก แล้วก็ได้รับคำชมเชยจากนานาประเทศ ก็คือระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่สามารถเข้าไปถึงที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว มีการคัดกรอง จัดระบบผู้ป่วยส่งต่อไปยังโรงพยาบาลต่างๆอย่างรวดเร็ว และรักษาชีวิตไว้ได้ไม่ใช่น้อย ?มิฉะนั้นแล้วจะไม่ใช่เสียชีวิตแค่ 20 คนอย่างที่เราเห็นกัน อาจจะเสียชีวิตนับ 100 คน ถ้าหากว่าการแพทย์ฉุกเฉินไม่เข้าไปถึงที่อย่างรวดเร็ว? เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 1.การแพทย์ฉุกเฉินมีความสำคัญต่อชีวิตมนุษยชาติ 2.การแพทย์ฉุกเฉินจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องอาศัย 3 ประสาน คือ ร่วมกัน ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน และภาคท้องถิ่น ภาครัฐนั้นอาจจะลงไปไม่ถึง เพราะทำงานใหญ่และกว้างเกินไป ภาคเอกชนมีข้อจำกัดด้านขีดความสามารถ ศักยภาพทุนรอน ภาคท้องถิ่นจะเป็นตัวกลางที่สุด ไม่มากไม่น้อยเกินไป เพราะว่าอยู่ใกล้ชิดประชาชนมากกว่าภาครัฐและมีทรัพยากรได้มากกว่าภาคเอกชน
เพราะฉะนั้น คำขวัญของการจัดประชุม ระดับชาติครั้งที่ 2 ประจำปี 2558 ที่ว่า "พลังท้องถิ่นไทย สู่เส้นทางปฏิรูปการแพทย์ฉุกเฉินอย่างยั่งยืน? เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด "เพราะถ้าจากปราศจากพลังท้องถิ่นไทยแล้ว ผมเชื่อการแพทย์ฉุกเฉินไม่ประสบความสำเร็จ พูดง่ายๆ ก็คือล้มเหลว" ในนามของรัฐบาลต้องขอบคุณองค์ การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาที่เป็นกรุณารับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการแพทย์ฉุกเฉินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น.ในระดับชาติ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2558 โดยรับงานสืบเนื่องต่อ มาจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราช ธานี แล้วก็ขอขอบคุณล่วงหน้าไปเลยด้วยเพราะทราบว่า ในปีต่อไปองค์การบริหารส่วน จังหวัดมหาสารคาม จะกรุณารับเป็นเจ้าภาพ
ถ้าอย่างนั้นก็ขอขอบคุณอบจ.ทั้งอุบลราช ธานี สงขลา และมหาสารคาม เพราะว่าท่านได้ สามารถจัดการประชุมที่นำเอาผู้คน ผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศมาอยู่ในที่เดียวกันได้ แต่ละคนเมื่อเข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง หรือแม้แต่บางแห่งอาจจะเป็นระบบแต่งตั้งเพื่อเข้ามาทำหน้าที่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น หากจะเข้ามาด้วยความตั้งใจที่จะทำงานด้านการปกครอง การอำนวยประโยชน์สุดแก่ประชาชน ซึ่งงานนี้ถือเป็นอาจสำคัญที่จะเลยเสียมิได้ "ยิ่งเป็นพื้นที่เป็นจังหวัดหรือเขตท่องเที่ยว เช่น สงขลา มีนักท่องเที่ยวไปมาหาสู่วัน หนึ่งปีหนึ่งไม่ใช่น้อย ถ้าเราจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉินให้ดีมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทั่วถึง เขาก็จะเกิดความมั่นใจ เกิดความเชื่อมั่นว่าถ้าเขาประสบเหตุใดๆ ขึ้น ระบบการแพทย์ฉุกเฉินจะช่วยเขาได้ เรื่องนี้แม้แต่ในพื้นที่ๆไม่ใช่เป็นเขตท่องเที่ยว คือ จังหวัดอื่นๆ? แม้จะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ก็มีคนที่เดินทางไปมาหาสู่กัน การเตรียมเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินจึงเป็นประโยชน์ทุกทาง เพราะฉะนั้น การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้หยิบเอาเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญ รัฐบาลก็ขอแสดงความชื่นชมยินดีและขอบคุณที่ได้บรรเทาเบาบางภาระของรัฐบาลไปได้มาก นายนิพนธ์ บุญญามณี กล่าวว่า วันนี้ "เพราะในเจตนารมย์ของกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉินปี 2551 เขียนไว้ชัดเจนว่า จะต้องพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกัน ทั่วถึง มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ อันนี้เป็นหัวใจสำคัญ? ทั้งอบต. เทศบาล และอบจ.ต้องมาปรึกษาหารือร่วมกันว่า วันนี้ภารกิจหนึ่งที่ กฎหมายมอบให้ก็คือ ระบบการแพทย์ฉุก เฉิน ซึ่งนับวันจะมีความสำคัญมากขึ้น เพราะอย่างน้อยที่สุดเราไม่อยากเห็นตัวเลขว่าประเทศไทย มีคนเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุปีประมาณ 20,000 กว่าราย "ซึ่งถือว่าเยอะมาก และเป็นอันดับสอง ของโลก เพราะฉะนั้นระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่เข้มแข็งอาจจะมีส่วนทำให้ปริมาณหรือสถิติการเสียชีวิตลดลง หรืออย่างน้อยที่สุดเราหวังคนที่จะพิการกลับไม่พิการนี่คือการช่วยที่ยิ่งใหญ่กับเพื่อนมนุษย์"
เมื่อเราคิดว่าอย่างนี้ ก็จะเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติเราต้องมาคิดด้วยกันว่าเราจะทำอย่างไรให้การแพทย์ฉุกเฉินของท้องถิ่นมีความเข้มแข็งมากขึ้น แล้วพัฒนาร่วมกัน
เรียนรู้ร่วมกัน มาแลกเปลี่ยนความรู้ถึงนวัต กรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการพัฒนา การแพทย์ฉุกเฉินสิ่งเหล่านี้จำเป็นจะต้องมีการสัมมนาในวันนี้     ส่วนความพร้อมของท้องถิ่นต่อการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินในปัจจุบันนั้น ผมคิดว่าหลายๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการปรับตัว สงขลาเองผมพยายามทำเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ที่จะให้มีการแพทย์ฉุกเฉินทั่วถึงทุกตำบล เพราะว่าถ้าเราทำให้ทั่วถึงทุกตำบลแล้ว อยู่ในมาตรฐานเดียวกันแล้ว เราก็จะทำให้การพัฒนาหรือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดสงขลาทำได้อย่างทันท่วงทีและมีระบบ ขณะเดียวกัน ก็ได้ร่วมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และโรงพยาบาลหาดใหญ่ ใน การผลิตบุคลากรรองรับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ตำบลใดที่ได้รับรถฉุกเฉินไป ก็จะต้องส่งคนมาอบรมอย่างน้อย 5 คนต่อหนึ่งตำบล ก็จะทำให้เราสร้างบุคลากรในทุกตำบล ให้มีคนเข้าใจถึงหลักการที่ถูกต้องในการช่วยเหลือการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ให้เข้าใจกรณีที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น "อันนี้เป็นหัวใจ เพราะถ้าคนที่เข้าไปช่วยไม่เข้าใจ ไม่มีความรู้เบื้องต้นแทนที่จะช่วยกลับเพิ่มเติมความเจ็บป่วย เพิ่มความบาดเจ็บมากขึ้น" เพราะฉะนั้น การให้ความรู้มาถึงวันนี้ คิดว่าในจังหวัดสงขลาเรามีคนเพิ่มขึ้น 600-700 คนที่เข้าใจเรื่องการแพทย์ฉุกเฉิน
"นี่คือสิ่งผมภูมิใจว่านอกจากเรามีเครื่องมือแล้วเรามีคนด้วย"


หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส 908

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง