ข่าวหาดใหญ่-สงขลา-สงขลาทูเดย์,songkhlatoday.com

ข่าวหาดใหญ่-สงขลา-สงขลาทูเดย์

  • pdapda

วาไรตี้

สนใจมาร่วมกันรายงานข่าวกับทีมงานสงขลาทูเดย์ สามารถแจ้งข่าวมาได้ที่อีเมล์ songkhlatoday_focus@outlook.com

ผ่าตัดหัวใจ ไม่เสี่ยงอย่างที่เคยคิด

by Focus Team @29-07-2549 16.10 ( IP : 210...205 ) | Tags : วาไรตี้
photo  , 300x400 pixel , 142,028 bytes.

ปัจจุบันผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องรักษาโดยการผ่าตัดใน 14 จังหวัดภาคใต้  ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ เพราะโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (โรงพยาบาล มอ.) สามารถทำการผ่าตัดได้ครอบคลุมทั้งหมด ทั้งผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ผ่าตัดบายพาส และผ่าตัดหัวใจพิการแต่กำเนิด

"ต่อไปเรายังจะขยายงานทำในคนไข้ที่มีภาวะแทรกซ้อนมากยิ่งขึ้น"เป็นคำกล่าวของ&nbsp; นพ.อภิรักษ์ เชษฐเผ่าพันธ์ หน่วยศัลยศาสตร์หัวใจ ทรวงอก และหลอดเลือด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์<br />

การรักษาทันสมัยขณะสถานการณ์ผู้ป่วยโรคหัวใจในภาคใต้มีแนวโน้มสูงจนน่าห่วงนพ.อภิรักษ์เล่าว่าจากปี พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบันทางโรงพยาบาล มอ. ผ่าตัดผู้ป่วยโรคหัวใจแล้วถึง กว่า1,000 ราย ขณะยังมีผู้ป่วยรอการรักษาอีกจำนวนมาก และต้องรอคิวยาวนานถึง 1 ปี<br />

"คณะแพทย์ มอ.เคยเปิดผ่าตัดหัวใจ แล้วก็หยุดไปช่วงหนึ่งจน&nbsp; 4-5 ปีก่อนนี้จึงหันมาดำเนินการอย่างจริงจัง มีนพ.ประเสริฐ&nbsp; วศินานุกร เป็นผู้บุกเบิก&nbsp; ปัจจุบันทีมแพทย์นอกจากผม ยังมี นพ.เจริญเกียรติ&nbsp; ฤทธิ์เกลี้ยง และนพ.วรวิทย์&nbsp; จิตติถาวร"นพ.อภิรักษ์ เล่า

การเปิดห้องผ่าตัดโรคหัวใจ ภายใต้นวัตกรรมใหม่ของโรงพยาบาล มอ. สืบเนื่องจากนโยบายรัฐที่ยอมรับว่าโรคหัวใจเป็นปัญหาที่ทำให้คนเสียชีวิตในอันดับต้นๆ<br />

รองจากอุบัติเหตุและมะเร็ง  สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจของประเทศไทยมีปริมาณมากทั้งที่ได้รับการรักษาและไม่ได้รับการรักษา โดยเกือบครึ่งหนึ่งต้องรักษาโดยการผ่าตัด

"นโยบายระดับชาติมีการแจกจ่ายนโยบายลงมายังส่วนสาธารณสุขเพื่อให้ดูแลผู้ป่วยให้ครบวงจร อีกทั้งนโยบายส่งเสริมซึ่งปัจจุบันโครงการสุขภาพถ้วนหน้า ก็เป็นอันหนึ่งที่จะมาช่วยการรักษา ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเป็นส่วนหนึ่งที่โรงพยาบาล มอ.ตระหนัก ก็เลยกลับมาดูแลตรงนี้มากขึ้น"

โรงพยาบาล มอ. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของภาคใต้ ในการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด แม้ยังมีโรงพยาบาลศูนย์บางแห่งที่ทำการผ่าตัดหัวใจได้ เช่นโรงพยาบาลยะลา และ

ที่เปิดล่าสุดคือ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี  อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถผ่าตัดได้อย่างครบวงจร 

เกี่ยวกับ สถานการณ์โรคหัวใจในภาคใต้&nbsp; นพ.อภิรักษ์ เล่าว่า อาจจะแยกผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม&nbsp; กลุ่มแรกผู้ป่วยเด็กส่วนใหญ่เป็นโรคหัวใจพิการมาแต่กำเนิด&nbsp; "การผ่าตัดในเด็กมักหายขาด คือโตไปเป็นหมอได้เลยละ"

อีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ป่วยผู้ใหญ่ซึ่งมี 2 ส่วน&nbsp; ส่วนเป็นโรคลิ้นหัวใจ โดยเฉพาะ

คนไข้ในกลุ่มที่มีรายได้น้อยโรงพยาบาลของรัฐเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ  อีกส่วนหนึ่งเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ  ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างที่คนทั่วไปรู้จักกันอย่างหนึ่งคือการทำบายพาส

"เราจะคุยกับคนไข้ให้ความรู้ อธิบายเกี่ยวกับโรค แนะนำวิธีการรักษาที่เหมาะ

สมพยายามให้ การผ่าตัดรักษาหัวใจสามารถจะหายกลับไประกอบอาชีพได้  คนไข้จะ รู้ล่วงหน้าว่าต้องเจอกับภาวะอะไรบ้าง หลังผ่าตัดจะต้องมีท่อหายใจ มีสายน้ำเกลือ มีสายระบายน้ำเหลือง มี ท่อปัสสาวะ มีสายอะไรเต็มไปหมด ต้องไปนอน ไอซียู ซึ่งเราจะดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ"

มุมมองหรือภาพรวมของคนไข้โรคหัวใจในอดีต ถูกมองว่าสถานการณ์โรคร้ายแรง และยิ่งใหญ่กับชีวิต&nbsp; การผ่าตัดมีความเสี่ยงสูง อาจจะเสียชีวิตได้&nbsp; แต่ที่โรงพยาบาล มอ.&nbsp; ณ ปัจจุบันแสดงข้อมูลให้คนไข้เห็นถึงความมั่นใจในการผ่าตัดรักษา อย่างการจัดกิจกรรมให้เห็นสภาพผู้ป่วยหลังผ่าตัดแล้วว่าสามาถกลับไปทำงานจัดกลุ่มเอาคนไข้ที่ผ่าตัดแล้ว ปลอดภัยกลับไปทำงานไม่ว่ากรีดยาง ขับสามล้อ หรือขายก๋วยเตี๋ยวมาพูดคุยกับคนไข้ใหม่<br />

 กลุ่มผู้ป่วยผู้ใหญ่อาจมาจากทางอายุรแพทย์ และกุมารแพทย์ ในกลุ่มเด็ก ถ้าต้องรักษาโดยการผ่าตัด ทีมแพทย์ของหน่วยศัลยศาสตร์หัวใจ ทรวงอก และหลอดเลือดก็จะประสานงานกันในการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบกับแพทย์กลุ่มอื่น

"การผ่าตัดหัวใจที่นัดมาตามปกติ ความเสี่ยง ของโรงพยาบาล มอ. อยู่ที่ 2-3 เปอร์เซ็นต์&nbsp;  ถ้าไม่ได้เป็นคนไข้หนัก คือคนไข้หนักคือคนไข้ที่ต้องมานอน ไอ ซี ยู<br />

ใส่ท่อหายใจ หรือหัวใจวายเข้ามา ในโรงพยาบาล  ความเสี่ยงอยูที่  1 เปอร์เซ็นต์ จะ เห็นได้ว่าความเสี่ยงไม่ได้มากนักในความรู้สึกผู้ป่วย บางคนเห็นว่าการผ่าตัดหัวใจมันเสี่ยงมาก ก็เหมือนว่าผ่าตัดมันจะรอดไม่รอดมัน 50:50  แต่ความจริง มันไม่ใช่เลย"นพ.อภิรักษ์ยืนยัน

ปกติการที่ไปนอนไอซียู สำหรับคนทั่วไปถือว่าหนักแล้วนะ จนถึงคำถามว่าสิ้นหวังหรือเปล่า ที่จริงเป็นการดูแลให้ครบระบบเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยสูงสุด ทั้งหมอเราจะต้องมานั่งอธิบายคนไข้อย่าละเอียด"

นพ.อภิรักษ์เล่าว่า การสังเกตโรคหัวใจ อาการทั่วไปคือทำงานหนักแล้วเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ใจสั่น อ่อนเพลีย เจ็บหน้าอก&nbsp; ใครมีอาการอย่างนี้ควรจะตรวจเช็คร่างกาย หากพบความผิดปกติ แพทย์โรคหัวใจจะแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม ไม่ว่าการเอกเรย์ การตรวจเอกโค่&nbsp; รวมถึงการตรวจคลื่นหัวใจ ซึ่งเป็นกระบวนการของการหาสาเหตุของโรค เมื่อทราบสาเหตุแล้ว ทางอายุรแพทย์ในกลุ่มผู้ใหญ่ หรือกุมารแพทย์ในคนไข้กลุ่มเด็ก จะให้การรักษาเบื้องต้นด้วยยา ถ้าประเมินผู้ป่วยว่าต้องเยียวยาด้วยการผ่าตัดจึงจะส่งต่อมายังหน่วยศัลยศาสตร์หัวใจฯ

คนไข้กลุ่มเสี่ยงปัจจุบันที่พบมากในปัจจุบันคือคนไข้สูงอายุ เสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โดยเฉพาะผู้มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน&nbsp; ไขมันในเลือดสูง ควรจะต้องมีการตรวจเช็คสุขภาพเพื่อทราบสาเหตุ&nbsp; นอกจากนั้นกรรมพันธ์ก็มีบทบาทต่อการเป็นโรคนี้ คนไข้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ควรตรวจเช็คสุขภาพเพื่อหาสาเหตุ เพื่อป้องกันเอาไว้

การดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ นพ.อภิรักษ์เล่าว่า ควรลดอาหารประเภทไขมัน&nbsp;  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การสูบบุหรี่มีผลต่อโรคหัวใจ&nbsp; และ

การกินยาบางอย่างทำให้เกิดโรคหัวใจได้

"โรคกลุ่มโรคลิ้นหัวใจรูมาติก&nbsp; คนไข้ไปกินยาปฏิชีวะ อย่างเช่นเจ็บคอ แล้วไปกิน แต่กินไม่ครบก็จะเกิดแอนตี้เจนแอนตี้บอดี้ในร่างกาย ตัวนี้จะไปเกาะที่ลิ้นหัวใจทำให้เป็นไข้รูมาติก&nbsp; เจอได้บ่อยในบ้านเรา ในประเทศกำลังพัฒนา จะเจอพวกนี้ได้เยอะ

" นพ.อภิรักษ์เล่าและว่าคนไข้ที่พบ ในโรงพยาลาล มอ. ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน  50 %
ผู้ป่วยสูงอายุ30 %  และกลุ่มเด็ก 20 %

คนไข้สูงอายุ มักเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ จากภาวะ ไขมันสูง เบาหวาน ความดันสูง ซึ่งอาจจต้องทำบายพาส กลุ่มคนอายุ 20-40 ปี มักเป็นไข้รูมาติก เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ต้องรักษาโดยการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ&nbsp; ที่เหลือก็คือเด็กเป็นโรคหัวใจพิการมาแต่กำเนิด

การผ่าตัดหัวใจแบบเปิดใช้เวลาเฉลี่ย 4-5 ชั่วโมงต่อราย เพราะฉะนั้นทุกวันนี้<br />

โรงพยาบาล มอ. จะทำการผ่าตัดได้แค่ 2-3 ราย ขึ้นอยู่กับว่าเป็นรายเล็กใหญ่  มีความซับซ้อนแค่ไหน  แพทย์ด้านนี้ต้องทำงานหนัก เพราะหลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วก็ต้องดูแลผู้ป่วยต่อไปในห้องไอซียู และต่อเนื่องไปหลังผ่าตัด

"ในห้องผ่าตัดผมเคยอยู่ข้ามวันเลยครับ&nbsp; คือคนไข้หนักจริงๆต้องผ่าตัด&nbsp; 12-13 ชั่วโมงต่อราย ต้องยืนอยู่อย่างนั้น ออกไปกินข้าวก็ไม่ได้ เข้าห้องน้ำก็ต้องผลัดกับแพทย์ในทีม" นพ.อภิรักษ์เล่าการผ่าตัดหัวใจแต่ละครั้งประกอบด้วยทีมแพทย์ผ่าตัดหัวใจ&nbsp; 2 คนต่อราย ทีมศัลยแพทย์ ทีมวิสัญญีแพทย์&nbsp; พยาบาล เจ้าหน้าที่เครื่องมือปอด หัวใจเทียม&nbsp; ซึ่งปัจจุบันยังขาดแคลนบุคลากร&nbsp; เพราะทางด้านนี้ยังมีคนเรียนน้อย&nbsp; อาจเพราะทำงานหนัก ปริมาณงานเยอะ&nbsp;  ค่าตอบแทนก็ไม่ได้แตกต่างจากสาขาอื่นทั่วไป<br />

จึงมีแพทย์ผ่าตัดหัวใจในภาคใต้อยู่แค่ 4-5 คนโรงพยาบาล มอ. 3 คน ที่สุราษฎร์ฯและยะ ลาอย่างละคน  ขณะที่แพทย์ผ่าตัดหัวใจในประเทศไทยไม่ถึง 100 คน

"นักศึกษาแพทย์ทุกวันนี้ มักเน้นไปทางอื่นอยากทำงานสบายหน่อยไม่ต้องเครียดอย่างพวกผมที่ต้องไป อยู่ในห้องผ่าตัด 5- 10ชั่วโมง&nbsp; คืออย่างต่ำ 4-5 ชั่วโมง ถือว่าธรรมดามาก ถ้าผ่าตัดผู้ป่วย 1 ราย ผมจะยืนอยู่ในห้องผ่าตัด อย่างเริ่ม&nbsp; 9 โมงเช้า จะผ่าตัดเสร็จราว บ่าย 2 โมง&nbsp; หรือบ่ายโมงอย่างเร็ว ส่วนรายที่ 2 จะเริ่มเวลา บ่ายโมง ทุกวัน กว่าผ่าตัดเสร็จก็ 6 โมงเย็นหรือทุ่มหนึ่ง&nbsp; ทำงานทุกวัน ขณะที่ภาระงานเราต้องมีการเรียนการสอนให้นักศึกษาแพทย์ การบริการผู้ป่วย&nbsp; และผ่าตัด ให้ความรู้ประชาชนด้านวิชาการ และ

การศึกษาวิจัย  ซึ่งต้องให้ครอบคลุมทุกวงจรเพื่อพัฒนางานและศักยภาพของโรงพยาบาล แบบตอบสนองผู้ป่วยได้แบบครบวงจร และนำวัตกรรมใหม่ๆมาช่วยเหลือผู้ป่วยภาคใต้ในอนาคต"

การผ่าตัดหัวใจเป็นงานยาก ต้องใช้ความอดทน งานหนัก ความรู้ความสามารถ ต้องอ่านหนังสือมาก&nbsp; ผู้เรียนเฉพาะทางด้านนี้ต้องนอนดึก ผ่าตัดวันละหลายราย<br />

ต้องนอนเฝ้าผู้ป่วยที่ห้องไอซียู  เกือบจะทุกคืน  ตื่นเช้าตั้งแต่ตีห้า ตรวจคนไข้ในไอซียู
ย้ายคนไข้ออก เสร็จแล้วเข้าห้องผ่าตัดตั้งแต่แปดโมงเช้า ผ่าตัดจนถึง เย็นหรือทุ่มหนึ่ง
เป็นอย่างนี้ทุกวัน อย่างไรก็ตาม นพ.อภิรักษ์ฝากน้องๆนักศึกษาแพทย์รุ่นใหม่ว่าหากมีโอกาสหรือสนใจการผ่าตัดหัวใจ รักในอาชีพการผ่าตัด การผ่าตัดหัวใจก็เป็นศาสตร์ สาขาหนึ่งที่ท้าทายความสามารถเพื่อมาช่วยกับทำงานทางด้านนี้ซึ่งยังขาดแคลนบุคลากรอยู่อีกมาก

ด้านค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดหัวใจ ยังถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท กรณีคนไข้ สุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรัฐต้องเข้ามารับผิดชอบให้ แต่คนไข้มากต้องรอคิวยาว นั่นเป็นเรื่องที่รัฐต้องหาทางช่วยเหลือคนไข้ต่อไปในอนาคต&nbsp; ถ้ารอนานอันตรายเพราะการดำเนินโรคยังดำเนินต่อไป หมายถึงว่าอาการจะยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ ส่วนคนไข้ในกลุ่มประกันสังคมครอบคลุม สิทธิข้าราชการอะไรต่างๆ เหล่านี้ก็สามารถเบิกได้&nbsp;  แต่ก็ต้องรอ ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน

"เรามีนโยบายที่จะขยายงานออกไป ในการผ่าตัดนอกเวลาเพื่อที่จะครอบคลุมผู้ป่วย ที่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายเองได้ ส่วนสำคัญเพื่อตอบสนองผู้ป่วยให้ทันกับภาวะโรค ซึ่ง ทางโรงพยาบาล มอ. กำลังดำเนินการอยู่ ความชัดเจนก็คงขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลต่อไป"

แผนงานในอนาคของหน่วยศัลยกรรมหัวใจฯ คือจะทำการผ่าตัดหัวใจให้ได้มากกว่า 400 รายต่อปี&nbsp; ขยายห้องผ่าตัด เป็นห้องผ่าตัดเฉพาะ เตรียมห้อง ไอซียู เพื่อให้รองรับกับผู้ป่วยที่หนาแน่นในปัจจุบัน<br />

 "หลังปี 2550 น่าจะได้มากว่า 400 รายต่อปี เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของคนใต้ และผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลในภาคใต้ว่าการดูแลผู้ป่วยมามากพอสมควร และผู้ป่วยหายจากการเจ็บป่วยได้มาก ที่อยากฝากอย่างหนึ่งคือการดูแลผู้ป่วย โรคหัวใจค่อนข้างใช้งบประมาณสูง ทั้งการใช้ห้องผ่าตัด ไอซียู&nbsp; จึงอยากให้รัฐช่วยเหลือด้านสาธารณสุขพื้นฐานให้มากขึ้น"นพ.อภิรักษ์กล่าว

นพ.อภิรักษ์ เชษฐเผ่าพันธ์


Relate topics

Comment #1
โพธาราม
Posted @08-07-2551 09.17 ip : 222...176

การรักษาโหคลิ้นหัวใจรั่วโดยไม่ต้องผ่าตัดรักษาที่ไหนครับ