สงขลาทูเดย์, สำนักข่าวโฟกัส, ข่าว สงขลา หาดใหญ่ ทั่วใต้, songkhlatoday

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • 20ปีโฟกัส

ข่าวสาร

"ดร.ชูศักดิ์"ย้ำมหา"ลัยเป็นกลาง นักวิชาการมีอิสระ"หนุน-ค้าน"โรงไฟฟ้าถ่านหิน

photo  , 640x264 pixel , 43,776 bytes.

เครือข่ายต้านถ่านไฟฟ้าถ่านหินเทพาถาม ผบ.มทบ.42 กรณีออกหนังสือถึงอธิการบดี ม.อ.ให้ดูแลบุคลากร ?พันเอกวรพล? แจงทหารไม่ชี้นำ ?ดร.ชูศักดิ์? ย้ำมหา?ลัยเป็นกลาง และนักวิชาการมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ขณะที่นักวิชาการที่คัดค้านร่วมกฟผ.ไปดูงานที่ญี่ปุ่น


"การที่ประชาชนมายื่นหนังสือในวันนี้ เป็นเรื่องผลกระทบจากมลพิษมีสภาวะทำให้ทุกคนในพื้นที่เดือดร้อน นั่นคือเป็นส่วนหนึ่ง จึงต้องหาข้อเท็จจริงโดยนักวิชาการไปศึกษาดูงานเรื่องวิธีการจัดการมลพิษจากถ่านหิน เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาของประชาชน" พันเอก วรพล วรพันธ์ รองผู้บัญชา

การมณฑลทหารบกที่ 42 กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายพลเมืองสงขลา เครือข่ายคนหาดใหญ่ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเครือข่ายเทพารักษ์ถิ่น เดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 (ผบ.มทบ.42) เพื่อขอคำชี้แจงถึงหนังสือที่ ผบ.มทบ.42 ทำถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และว่า
ผบ.มทบ.42 ได้มอบหมายให้มาพบปะเครือข่ายและกล่าวคำขอโทษแทน หากหนังสือฉบับดังกล่าวจะสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไป โดยทหารนั้นไม่ได้มีบทบาทจะไปชี้นำว่าจะสร้างหรือไม่สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือโรงไฟฟ้าถ่านหินดีหรือไม่ดี เพราะทหารก็คือประชาชนคนหนึ่งที่เข้ามาทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจะมีผล
กระทบอย่างไรกับประชาชนหรือไม่ ก็ต้องทำความเข้าใจกัน โรงไฟฟ้าจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าคนในประเทศไม่ใช้ไฟฟ้า เพราะปัจจุบันคนไทยใช้ไฟฟ้าแบบ ก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจำเป็นต้องมีพลังงานสำรองให้ลูกหลานใช้ใน 30-40 ปีข้างหน้า โดยรัฐบาลต้องเป็นผู้กำหนดแนวทางในการมีพลังงานอย่างเพียงพอในอนาคต จึงจำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าเพราะเป็นปัจจัยที่จำเป็น และ การสร้างโรงไฟฟ้าต้องใช้ระยะเวลามาก
นายเอกชัย อิสระทะ ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองสงขลา กล่าวว่า
ได้มีหนังสือขอความร่วมมือกับทางม.อ. ให้จัดการกับผู้เห็นต่าง


ซึ่งคิดว่าในกรณีนี้ทหารมีควรที่จะก้าวล่วงนักวิชาการและของพื้นที่ในการแก้ไขปัญหา กรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินมีบทบาทชัดเจน อย่างโรงไฟฟ้าแม่เมาะยังแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าเป็นนโยบายของผู้ใหญ่ของกองทัพ พวกเราก็อยากเอาไปทำความเข้าใจกับท่านว่า บทบาทในการเคลื่อนไหวของพวกเราเพื่อปกป้องพื้นที่และวิถีชีวิตของพวกเรา
โดยมีข้อเรียกร้องด้วยกัน 2 ข้อ คือขอความชัดเจนของนโยบายยืนหยัดในการสนับสนุนในการสร้างโรงฟ้าถ่านหินหรือไม่ ถ้าไม่ใช่เราของทำความเข้าใจ แต่ถ้าทางทหารมีนโยบายจากส่วนกลางต่อเรื่องนี้จริง เราขอไปทำความเข้าใจกับทางทหารที่มีอำนาจอีกครั้ง ว่าเราคิดยังไง คิดต่างอย่างไร มีเหตุผลอะไร คิดว่าควรที่จะมีการเปิดเวทีรับฟัง
ส่วนข้อที่สอง เรื่องมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่มีหนังสือจากผู้บัญชา การมณฑลทหารบกที่ 42 ถึงอธิการบดี เราคิดว่ากรณีนี้ ขอให้งานวิชาการเป็น พื้นทีให้เสรีภาพ ไม่ควรใช้อำนาจเหนือระบบเข้าไปจัดการ ไม่อย่างนั้นสังคมจะ ไม่การันตีความเป็นหนึ่งของข้อมูลด้านวิชาการ ไม่ควรอำนาจไปบีบบังคับอาจารย์ ที่เห็นต่าง อย่าให้มหาวิทยาลัยตกเป็นเครื่องมืออำนาจรัฐ บทบาทเหล่านี้อาจจะสมบูรณ์แบบมากขึ้น ถ้าเปิดให้มี กระบวนการที่ถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้า ปฏิบัติอย่างนั้นได้จะเป็นการดี เราได้มีโอกาสร่วมกันสร้างคืนความสุขให้กับสังคม นางสาวสิริภร สุทธิสว่าง เครือข่ายคนหาดใหญ่ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน กล่าวว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินในต่างประเทศเริ่มทยอยปิด ไม่ว่าจะเป็นเยอรมัน ฝรั่งเศส และอินโดนีเซีย
"เราต้องต่อต้านถ่านหิน แต่เราไม่ ได้ต้องการต่อต้านโรงไฟฟ้าที่ใช้โซลาเซลล์ แสง น้ำและลม ถ่านหินไม่ใช่สิ่งที่ สะอาด เพราะมีสารพิษมากมายที่ส่งผล กระทบต่อสุขภาพอย่างมาก"

นางสาวสิริกร กล่าว

นักวิชาการดังดูโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น ทั้งนี้ หลังจากที่ พล.ต.วิรัชช์ กมลศิลป์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ได้ทำหนังสือถึง อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่อง เพื่อขอความร่วมมือการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา  ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่มีกลุ่มมวลชนมีการเคลื่อนไหวและต่อต้าน กรณีการก่อ สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีกลุ่มแกนนำในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง, กลุ่มข้าราชการ, กลุ่มนัก วิชาการและกลุ่มประชาสังคม หรืออาจ จะมีบุคลากรในหน่วยงานของท่านบาง คนไม่เข้าใจ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เทพา อาจหันไปให้การสนับสนุนให้ความร่วมมือ มณฑลทหารบกที่ 42  จึงขอ ความร่วมมือจากท่านให้ทำความเข้าใจกับบุคลากร เพื่อให้ทราบถึงวิธีการดำเนิน งานในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา


ขณะที่ ทางม.อ. ลงวันที่ได้รับหนังสือวันที่ 2 พ.ค. เวลา 13.30 น. ก่อนที่ อธิการบดีฯ จะมอบหมายให้เลขาฯ นัดประชุมหารือในวันที่ 25 พ.ค.
ในที่ประชุม มีอาจารย์ที่ร่วมเดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นกับกฟผ. 2 คนที่เข้า ร่วมคือ ผศ.ดร.อภิรดี แซ่ลิ่ม, ผศ.ดร.ศราวุธ
เจ๊ะโซะ, ขณะที่ ดร.สมพร ช่วยอารืย์ ซึ่ง เดินทางไปกับ กฟผ.เมื่อวันที่ 14-20 พ.ค. ด้วย และเป็นหนึ่งในกลุ่มคัดค้าน ได้แจ้งกับอธิการบดีฯว่า ติดภารกิจ

นักวิชาการแสดงความเห็นส่วนตัวได้
รศ.ดร.ชูศักดิ์  ลิ่มสกุล กล่าวว่า การประชุมวันนี้ เป็นการหารือเพื่อรับทราบข้อมูลจากบุคลากรที่เดินทางไปดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นการรับฟังข้อมูลเฉยๆ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับตัวผมในฐานะผู้บริหาร จากนักวิชาการและนักจิวัยของ ม.อ.
ส่วนการแสดงความเห็นหรือข้อ มูลทางวิชาการในโครงการโรงไฟฟ้าถ่าน หินเทพานั้น มหาวิทยาลัยฯจะไม่เข้าไปสั่งหรือบังคับให้หยุด


"แต่ละคนที่แสดงความเห็นหรือข้อมูลทางวิชาการไม่ได้ทำในนามของมหาวิทยาลัยฯ เป็นการทำโดยส่วนตัว? เพราะฉะนั้น นักวิชาการเขาก็มีสิทธิ์ในฐานะนักวิชาการของเองว่าเขามีความเห็นอย่างไร
?เป็นเรื่องของส่วนตัว ผมได้พูดกับ ผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่า ที่เขาออกไปแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องของตัวบุคคล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยฯ? ส่วนหนังสือที่ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ส่งมาถึงนั้นก็ไม่ได้ตอบกลับหรือแสดงจุดยืนอะไรกลับไป เพียงแต่เขาส่งมาเราก็รับทราบว่าเขามีเจตนาอะไร ก็ส่งต่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้รับรู้ข้อมูลเท่านั้น


"ทหารเขาก็ไม่ได้มาบอกให้ผมต้อง ทำอย่างโน้น ทำอย่างนี้ โดยให้เป็นดุลย พินิจของเองว่า จะดำเนินการอย่างไร? ส่วนเจตนาของการส่งหนังสือของผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 นั้น ไม่ทราบ ไม่ได้คุยกันในรายละเอียด เพียงแค่บอกทางผบ.มทบ.42 ไปว่า ที่ผ่านมานักวิชการเราก็ไปเป็นการส่วนตัว แล้วเขาก็มีเหตุผลของเขาในการแสดงความคิดเห็น เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็น่าจะคุยกันโดยตรงกับนักวิชาการ
การสนับสนุนและคัดค้านโครงการ เป็นเรื่องธรรมดาที่มีฝ่ายเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย


"มันเป็นเรื่องธรรมดา ฝ่ายหนึ่งอยากสนับสนุน อีกฝ่ายหนึ่งก็คัดค้าน ไม่ต้องไปต่อต้านอะไรกัน  เพียงแต่ว่าเมื่อถึงเวลาเราต้องคุยจะต้องคุยกันด้วยเหตุและผล ดูว่าประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดกับประเทศชาติคืออะไร แล้วก็ตัดสินใจตรงนั้น  สุดท้ายแล้วผมคิดคนในพื้นที่เป็นคนตัดสินใจเองว่าเขาควรจะเลือกอะไร





ย้ำมหาลัยเป็นกลาง สำหรับการแสดงท่าทีและจุดยืนของมหาวิทยาลัยฯนั้น  รศ.ดร.ชูศักดิ์  กล่าวว่า ไม่มีการแสดงท่าทีหรือจุดยืนอะไรกับหนังสือที่ทางผผู้บัญชาการมณฑลทหารบกส่งมา ทางมหาวิทยาลัยฯเพียงแค่รับทราบข้อมูลแล้วก็เราก็ถือว่าเป็นความเห็นจากฝ่ายทหาร ส่วนฝ่ายเราก็ไม่ได้ไปบังคับบุคลากรของเราว่า ต้องปิดปาก หรือหยุดการแสดงความเห็นใดๆ
รศ.ดร.ชูศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ทางมหาวิทยาลัยฯจะให้ความรู้ได้ มหาวิทยาลัยฯจะเป็นตัวกลางในการเปิดเวทีได้ แต่ทางมหาวิทยาลัยฯจะไม่บอกว่าจะต้องสร้างหรือไม่สร้าง ไม่ใช่หน้าที่ของมหาวิทยาลัยฯ แต่มีหน้าที่เป็นคนให้ความรู้ได้ และก็บอกถึงข้อดีและข้อเสีย ที่เราจะต้องระมัดระวังและแก้ไข
ซึ่งการแสดงบทบาทในฐานะคนกลางหรือเวทีกลางในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพานั้น เคยได้รับการประสานจากสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที  ที่เขาจะเชิญผู้ที่มีส่วนได้เสียกับโครงการทุกฝ่ายมาร่วม  ซึ่งทางม.อ.ก็ยินดีที่จะร่วมจัด โดยกำหนดจัดที่ศูนย์ประชุมฯ แต่มาทราบตอนหลังว่า กฟผ.ถอนตัว ทางม.อ.ก็ไม่เข้าร่วม เพราะเวทีกลางนั้น คนที่มีส่วนได้เสีย ทุกส่วนต้องเข้าร่วม


"ไม่งั้นมหาวิทยาลัยฯก็จะถูกมองว่าเอนเอียงไปยังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เรื่องนี้ก็ต้องระมัดระวัง ในความเป็นกลาง เพราะฉะนั้นการที่มหาวิทยาลัยฯจะเข้าไปทำหน้าที่เวทีกลาง ก็ต้องให้ทุกส่วนที่มีส่วนได้เสียเข้าร่วมครบทุกฝ่าย เพื่อแสดงความจริงใจที่จะหาข้อสรุปร่วมกัน

  โดยมหาวิทยาลัยฯอาจจะให้ใช้สถานที่ เราก็ยินดี"

รศ.ดร.ชูศักดิ์ ยังกล่าวว่า ในฐานะสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เราให้ความรู้ในโครงการต่างๆ ข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นๆ มีอะไรบ้างในเชิงวิชาการ ส่วนการทำความเข้าใจกับพื้นที่ก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะมาลงทุน หรือเจ้าของโครงการแต่ถ้าจะให้มหาวิทยาลัยฯเข้าไปช่วยทางด้านวิชาการ เช่น การทำการศึกษาวิจัย หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ ที่สงสัย เราก็ยินดีสนับสนุน "การทำความเข้าใจกับพื้นที่กับประชาชนในพื้นที่ เรื่องโครงการผมคิดว่าแป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่จะลงทุนหรือเจ้าของโครงการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ"

       

สุดท้ายอธิการบดี ม.อ. มณฑลทหารบกที่ 42 ที่ส่งมาไม่ถือหรือเข้าข่ายการคุกคาม  เพราะไม่ได้ระบุว่าจะต้องให้มหาวิทยาลัยฯดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในเรื่องนี้ เป็นเรื่องของดุลพินิจของมหาวิทยาลัยฯเอง  จึงไม่จำเป็นต้องมีการตอบหนังสือกลับหรือแสดงจุดยืนของมหาวิทยาลัยฯในเรื่องนี้

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง