สงขลาทูเดย์, สำนักข่าวโฟกัส, ข่าว สงขลา หาดใหญ่ ทั่วใต้, songkhlatoday

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • 20ปีโฟกัส

สังคมคนใต้

นำร่องนราฯศูนย์เรียนรู้เด็กพิเศษ ลดข้อจำกัดฟื้นฟูทักษะแม่และเด็ก

photo  , 640x391 pixel , 57,476 bytes.

ภาณุ จับมือ เหล่ากาชาดนราธิวาส ตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิเศษโดยครอบครัวนราธิวาส ลดข้อจำกัด ?ฟื้นฟูทักษะแม่และเด็ก นำร่อง 18 ครอบครัว เตรียมขยายครอบคลุม 3 จังหวัดต่อไป


นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า เราเห็นคนพิเศษในพื้นที่ 3 จังหวัดบ้านเรา มี 4 ประเภทด้วยกัน ประกอบด้วย คนชรา  คนยากจน เด็กกำพร้า คนพิการ โดยเฉพาะคนพิการนั้น ไม่เพียงให้การดูแล และให้เข้าถึงสิทธิการดูแลคนพิการ ในการมอบบัตรคนพิการเท่านั้น แต่รวมถึงการดูชีวิตความเป็นอยู่ ต่างๆ ที่สามารถช่วยดูแล สนับสนุนให้มี ความสะดวกมากขึ้น เช่น มอบอุปกรณ์ ไม้ค้ำ เรวมถึง การสนับสนุนการมีงานอาชีพ
ที่ผ่านมา ศอ.บต.ได้ส่งคนพิเศษ จำนวนมากเข้าอบรม ที่มูลนิธิพระมหาไถ่ จ.ชลบุรี ทำให้คนเหล่านี้สามารถเข้ามาทำงาน และมีงานอาชีพได้ รวมถึงงานของส่วนราชการ หากเขาทำได้ ศอ.บต.จะให้ การสนับสนุน โดยเป็นไปตามระเบียบของส่วนราชการ ที่ได้เปิดโอกาสให้ หน่วยงานทุกหน่วยงานเปิดบรรจุรับพนักงานที่เป็นคนพิการให้เข้าทำงานในแต่ละส่วนงานได้ รวมทั้งที่ได้เริ่มดำเนินการในการดูแลคนพิการ ที่เราดูแลกันทั้งครอบครัว โดย เฉพาะเน้นหนักไปทางกลุ่มที่แม่มีลูกพิการ
ที่ต้องดูแลลูกที่พิการตั้งแต่กำเนิด เป็นเหตุให้แม่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากที่พ่อแม่ต้องมีทักษะ ความรู้ในการดูแล เพื่อเสริมพัฒนาการเด็ก


ในแต่ละช่วงวัยให้มีความเหมาะสมมากขึ้น เช่น การดูแลกลุ่มเด็กเหล่านี้เป็นกรณีพิเศษ ทั้งด้านอาหาร การฝึกกายภาพบำบัด ให้สามารถช่วยตัวเองได้มากขึ้น ศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิเศษโดย ครอบครัวนราธิวาส จึงเริ่มต้นขึ้นที่ จ. นราธิวาส โดย นายกเหล่ากาชาดจังหวัด นราธิวาส ได้ประสานงานไปยังสภากาชาด ไทย ทำให้ได้หมอที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลเด็กพิการเข้ามาสอนเสริมทักษะให้กับแม่ที่มีลูกพิการ นำร่อง 18 ครอบครัว ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการอบรม ผู้ปกครองมีความพึงพอใจ ทั้งนี้จะติดตามครอบครัวเหล่านี้
และครอบครัวต่างๆ ที่ไม่ได้เข้าฝึกอบรมใน เบื้องต้น โดยจะดูแลเรื่องงานอาชีพที่เหมาะ สมให้กับผู้ปกครองของเด็กด้วย


เราขอใช้คำว่า อาชีพที่เหมาะสม เพราะเขามีข้อจำกัด ไม่สามารถเดินทางไปประกอบอาชีพที่อื่นได้ นอกจากอยู่กับบ้าน  ถือเป็นหนึ่งข้อห่วงใยที่ สมเด็จพระเทพฯ ได้เคยให้ ศอ.บต.ช่วยเหลืองานอาชีพตรงนี้ให้กับแม่เด็กด้วย นางไขแสง ศักดา นายกเหล่ากาชาด จังหวัดนราธิวาส ในฐานะผู้ดูแลโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของครอบครัวผู้ดูแลเด็กพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งระบบและครบวงจร ว่า ศูนย์การ เรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิเศษโดยครอบครัวนรา ธิวาส ได้เปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของครอบครัวผู้ดูแลเด็กพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งระบบและครบวงจร ประจำปี 2559 อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่สถานสงเคราะห์เด็กชายนราธิวาส เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจ แนวทางการรักษาฟื้นฟูและการดูแลเด็กพิเศษ
อีกทั้ง ให้ผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และผ่อนคลายความเครียดจากการเลี้ยงลูก โดย ศอ.บต. มีนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็น เด็กและเยาวชนทุกกลุ่มในพื้นที่ โดยเฉพาะ กลุ่มเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุ- การณ์ความไม่สงบฯ รวมถึงกลุ่มเด็กพิเศษ ในพื้นที่ที่ต้องได้รับการดูแล
อย่างไรก็ดี สภาวการณ์เด็กพิเศษใน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มี 2,449 ราย จำแนกเป็น เด็กพิเศษทางการมองเห็น เด็กพิเศษทางการได้ยิน เด็กพิเศษทางสติปัญญา เด็กพิเศษทางร่างกายและการเคลื่อนไหว และเด็กพิเศษออทิสติก


ซึ่งศอ.บต. ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้และขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของครอบครัวผู้ดูแลเด็กพิเศษในพื้นที่ฯ ทั้งระบบและครบวงจร เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูสมรรถภาพของเด็กพิเศษให้สามารถช่วยเหลือตนเอง ในขั้นพื้นฐานได้ โครงการนี้ เริ่มต้นจากความต้อง การของผู้ปกครองเด็กพิการในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส โดยเหล่ากชาดฯ ได้ดูแลเด็กพิการ
ภายใต้โครงการของสมเด็จพระเทพฯ หรือในราชประชานุเคราะห์ ของพระบรมวงสานุวงศ์อยู่หลายคนด้วยกัน


โดยที่ผ่านมา เหล่ากาชาดเห็นว่า การช่วยเหลือสงเคราะห์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากเด็กพิเศษ เด็กพิการที่มีลักษณะพิการซ้ำซ้อน หรือพิการรุนแรง ต้องการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน ซึ่งการฟื้นฟูจำเป็นต้องมีทักษะ จึงทำการศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะให้ครอบครัวมีความสามารถ มีทักษะในการที่จะฟื้นฟูดูแลลูก และแก้ไขปัญหาความพิการ หรือสุภาพร่างกายลูกในเบื้องต้นได้  ซึ่งช่วยลดภาระที่จะมาพบแพทย์ได้  ทั้งยังทำให้ลูกมีความสุขในชีวิตประจำวัน


เราเชื่อว่า เด็กพิการทุกคนฟื้นฟูและเยียวยาได้ จึงได้พยายามที่หาเครื่องมือ ที่จะมาพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลเด็กพิการ ซึ่งผู้ดูแลเด็ก อาจประกอบด้วย คุณพ่อ คุณแม่ พี่เลี้ยง ญาติพี่น้อง คุณตา คุณยาย และชมรมผู้พิการในพื้นที่? ทั้งนี้ ในขณะที่ต้องทำโครงการอย่างต่อเนื่อง ได้รับการสนับสนุนจาก นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต.ให้ตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ฟื้นฟูเด็กพิการโดยครอบครัว แบบเป็นระบบและครบวงจร ในขณะที่วิทยากรในพื้นที่ ก็มีน้องๆ จิตอาสา ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์หลายคนที่สนใจเข้ามาช่วย รวมถึงบุคลากรในพื้นที่จะดูแลต่อเนื่องก็สามารถให้คำปรึกษาได้ด้วย ซึ่ง 3 วัน 2 คืน ที่ผ่านมาเหมือนเป็นเรื่องมหัศจรรย์ เมื่อประเมินพฤติกรรม พัฒนา การ ร่างกายแล้ว  พบว่า สมถานะของกล้าม เนื้อ ร่างกายทำงานผิดปกติ  เราก็แก้ไข ทางคณะวิทยากรก็แก้ไข และจัดกิจกรรมให้พ่อแม่สอนลูก ในเรื่องของการเรียนรู้ให้ พ่อแม่ กระตุ้นลูก เช่น น้องอมีน มีปัญหาเรื่องลิ้น บังคับควบคุมลิ้นไมได้ ทำให้น้ำลายไหล ก็ ทำให้เกิดความรำคาญ และเปื่อยในบริเวณ ชั้นบน น้องบางคนมีเสมหะมาก พ่อแม่ไม่มี ทักษะในการดูดเสมหะ ใช้อุปกรณ์ราคาแพงยังไม่ประสบผลสำเร็จ
ในที่สุด ก็ได้เทคนิคง่ายๆ ใช้ลูกยาง ดูดเสมหะ ดูดอย่างไรให้ถูกต้อง การนวด กระตุ้นลิ้น แก้ม การควบคุม การใช้น้ำลาย ซึ่งน้ำลายในป่า จะเป็นน้ำลายในปาก ซึ่ง อาจจะไม่มีประโยชน์ ควบคุมตรงนี้ กระบวน การในช่องปาก ไม่ได้ถูกทำให้เหมาะสม เด็ก จะไม่มีความสุข เมื่อพ่อแม่ทำถูกวิธี พบอาการน้ำลายไหลตลอดเวลาหยุด
ลูกไม่สามารถเดินได้ พ่อแม่อาจคิดว่า เดินไม่ได้แล้วไม่มีวิธีกระตุ้น ทำให้ใช้วิธีก้าวกระโดด ไม่เคยใช้เท้าเดิน ต้องเกาะเดิน ถูกดึงนวด สอนทักษะ คลายกล้ามเนื้อ ฉะนั้นพบว่า เด็กทุกคน เมื่อได้รับการฟื้นฟูเยียวยาโดยเทคนิคพิเศษต่างๆ เขาสามารถดำเนินชีวิต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


เด็กพิการทุกคน เขารู้สึกถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ของเขา เขาอยากมีตัวตน อยากสื่อสารกับเรา การเคลื่อนไหวของเขา แค่การกระพริบตา การหยักคิวเป็นการสื่อสารกับเราได้ เช่น ทำไมลูกถึงร้อง ลูกส่งเสียงเพราะ อะไร บางทีพ่อแม่คิดว่า ลูกไม่สบาย จริงๆตื่นเต้นดีใจ  ช่วงแรกการทำกิจกรรม บางคน ตื่นเต้น กังวลตลอดเวลา เพราะไม่เคยเจอคนแปลกหน้า การทำกิจกรรมทำให้อาการเหล่านี้ถูกควบคุมลง ฉะนั้นความรู้ไม่ใช่ ทฤษฎีที่ยากเกินกว่าที่พ่อแม่จะฝึกปฏิบัติได้ นับเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ และช่วยเหลือเด็กพิการได้ เนื่องด้วย สถิติเด็กพิการใน 3 จว. พบพิการตั้งแต่กำเนิดสูงขึ้น อาจเป็นเพราะ การขาดโฟเลต การตั้งครรภ์ที่ไม่เหมาะสม หรืออายุน้อย
วันนี้ เรารับมือกับปัญหาการช่วยเหลือครอบครัวเด็กพิการได้ดีขึ้น ถ้าเราใช้ศูนย์นี้เป็นศูนย์การเรียนรู้ และถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้ นางสาวรอฮานา สะนิ กล่าวว่า ลูกชายน้องอามิร์ บากา อายุ 8 ปี เริ่มมีอาการ ชักเมื่ออายุได้ประมาณ 2 เดือน มีอาการชัก ได้ 2 ชม.และขาดออกซิเจน ตัดสินใจพาไป หาหมอ จนทราบผลน้องไม่ปกติแล้ว ถึงอย่างไรเราและคนในครอบครัวต้องดูแลให้อย่างดีที่สุด โดยการจัดโครงการในลักษณะนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับเด็กพิการ
อยากให้จัดโครงการดีๆ แบบนี้ขึ้นอีก รวมทั้งอยากให้ผู้ปกครองคนอื่นที่ยังไม่กล้าเข้าพาลูกมาทำกิจกรรมตรงนี้ อยากให้ยอมรับว่าลูกเราไม่เหมือนคนอื่น เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้เข้าฟื้นฟูอย่างถูกวิธี นาวสาวรอฮานา กล่าว

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง