สงขลาทูเดย์, สำนักข่าวโฟกัส, ข่าว สงขลา หาดใหญ่ ทั่วใต้, songkhlatoday

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • 20ปีโฟกัส

ทั่วใต้

สนข.ชง3ยุทธศาสตร์พัฒนาภาคใต้ ศูนย์กลางท่องเที่ยว-ขนส่ง-อาหารฮาลาล

photo  , 162x186 pixel , 594,960 bytes.

สนข.เผย 3 ยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ศูนย์กลางท่องเที่ยว ขนส่ง และฮาลาล รวมถึงท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 และปากบารา

      วันที่ 25 กันยายน 2559 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) ได้จัดกิจกรรมร่วมกับสื่อ มวลชน ครั้งที่ 3 หัวข้อเรื่อง การศึกษาผล กระทบเชิงยุทธศาสตร์ สำหรับการพัฒนา พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ณ โรงแรม บุรีศรีภู บูทิค อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดย นาย ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการ สนข.กล่าวว่า สนข.ได้เสนอ 3 ยุทธศาสตร์ให้ เศรษฐกิจภาคใต้ดีขึ้น โดยจะทำให้ชายฝั่ง ทะเลภาคใต้ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว
อาหารฮาลาล  และการขนส่ง -โลจิตติกส์
โดยสนข. ได้มอบหมายให้กลุ่ม บริษัทที่ปรึกษาคือ บริษัท คอนซัลแทนท์
ออฟ เทคโนโลยี จำกัด กับบริษัท นิวแอส เซท แอดไวเซอรี่ จำกัด ดำเนินการศึกษา ผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ สำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเล เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้มีศักยภาพในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ท่อง เที่ยว โดยเป็นแหล่งผลิตสินค้าการเกษตร และอุตสาหกรรมที่สำคัญ อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และทรัพยากรทางการประมง ซึ่งสามารถนำมาทำวัตถุดิบในการแปรรูปอุตสาหกรรมสำหรับการบริโภคภายในและการส่งออกนอก
จากการศึกษานี้ ทำให้ได้แผนแม่บทเพื่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ 3 ยุทธศาสตร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้เศรษฐกิจภาคใต้ได้คือ


1. การเพิ่มศักยภาพเพื่อพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ซึ่งไดมีการ้วิเคราะห์กิจกรรมที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ อาทิ การท่องเที่ยวทางเรือสำราญ ซึ่งปัจจุบันมีท่าเทียบเรือสำราญจังหวัดภูเก็ต,  Home Port ท่าเทียบเรือสำราญจังหวัดภูเก็ต, ท่าเทียบเรือสำราญเกาะสมุย และ ท่าเทียบเรือสำราญจังหวัดกระบี่ ซึ่งอุต- สาหกรรมเรือสำราญจะเติมโตมากยิ่งขึ้น โดยมีผู้โดยสาร ประจำปีประมาณ ร้อยละ
6.55 จากปี 2533 - 2562  โดยได้รับแรงหนุน จากกำลังการผลิตใหม่ที่มีขนาดใหญ่และ การสร้างท่าเรือในท้องถิ่นต่างๆ มากขึ้น
รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมาย ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค โดยปี 2558 มีผู้โดยสารที่ท่องเที่ยวเรือสำราญทั่วโลก 24 ล้านคน ในทวีปเอเชีย 2.17 ล้านคน คิดเป็นสัตส่วน ประมาณร้อยละ 9 ของจำนวนนักท่อง เที่ยวเรือสำราญทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา จาก การเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวและการนำ เรือสำราญเข้ามาให้บริการเพิ่มขึ้น
สำหรับประเทศไทย มีสัดส่วนอยู่ประมาณร้อยละ 2.08 โดยมีเรือสำราญเข้าสู่ประเทศไทย 62 ลำ มีเที่ยวเรือที่แวะ เทียบท่า 313 ครั้ง เป็นฝั่งอันดามันที่
จังหวัดภูเก็ต 140 ครั้ง ฝั่งอ่าวไทยที่อำเภอ เกาะสมุย  54 ครั้ง ท่าเรือกรุงเทพฯ 31 ครั้ง
และแหลมฉบัง 88 ครั้ง รวมจำนวนผู้โดย สารทั้งสิ้น 459,551 คน ในปี 2558


ในอนาคตธุรกิจเรือสำราญของโลกมีแนวโน้มการเติบโตสดใส โดยคาดว่าจะมีผู้โดยสารเรือสำราญเพิ่มขึ้นเป็น 29.7 ล้านคน ในปี 2563 และเพิ่มเป็น
36.4 ล้านคนในปี 2568 จากความต้องการ ท่องเที่ยวเรือสำราญจะเห็นได้ว่า พื้นที่ ในจังหวัดภาคใต้มีศักยภาพและความได้ เปรียบในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและ สถานที่ที่มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยว จึง เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สามารถผลักดันการเติบ โตทางเศรษฐกิจของภาคใต้จากการพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ
ซึ่งในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว  จะเห็นได้ว่า แหล่งท่องเที่ยวมีความสำคัญ ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งจากตลาด เดิมและตลาดใหม่ ให้เข้ามาท่องเที่ยว และใช้บริการได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถ แบ่งแหล่งท่องเที่ยวออกเป็น 3 ลักษณะ คือ แหล่งท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ เพื่อ มุ้งเน้นการสร้างเม็ดเงินให้กับชาวบ้านใน พื้นที่ เน้นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตาม ศักยภาพของธรรมชาติ อาทิ บ่อน้ำแร่ ธรรมชาติ หรือแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่มนุษย์สร้างขึ้น อาทิ ชิงช้าสวรรค์ภูเก็ต
เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศและชุมชน ในพื้นที่ อาจเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ได้ อาทิ ธุรกิจการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ ธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรธรรมชาติ เป็นต้น
ส่วนแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นการท่องเที่ยวที่ควบคู่กับการรักษาดูแลสถานที่ท่องเที่ยว และคงไว้ซึ่งสภาพเดิมของสถานที่นั้นๆ รวมทั้งเป็นการเพิ่ม ประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่นักท่องเที่ยว โดยพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาจิตสำนึกและความเข้าใจของนักท่องเที่ยว ตลอดจนการท่องเที่ยวแบบศึกษาวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ดั้งเดิม ซึ่งการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวใหม่ทั้ง 2 ลักษณะจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ ความท้าทาย รวมทั้งสร้างนักท่องเที่ยวคุณภาพให้เกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวในเมืองไทย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
ขณะเดียวกัน การพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวใหม่ มีความสำคัญต่อการ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวมาก เพราะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนได้เนื่องจากตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนจะมีความสำคัญมากต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภาคใต้ เพราะนักท่องเที่ยวมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 69% ทั้งมีกำลังซื้อสูงและมีประชากรมากที่สุดในโลก รองลงมาคือ ไต้หวันและฮ่องกง ที่มี อัตราการเพิ่มขึ้น 19% และ 16% ตามลำดับ ในปี 2558 เมื่อเทียบกับ 2557


2. การเพิ่มศักยภาพด้านอุตสาห- กรรมอาหารฮาลาล ที่เติบโตร้อยละ 5 ต่อ ปี ภายในระยะเวลา 20 ปี และอัตราส่วนการส่งออกเมื่อเทียบกับตลาดโลกไทยมีการส่งออกอาหารฮาลาลใกล้เคียงกับ มาเลเซีย ซึ่งถ้ามีการพัฒนาก็จะเพิ่มรายได้ให้กับภาคใต้ได้มหาศาล เนื่องจากตลาดอาหารฮาลาลเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลที่โลกต้องการ มี 6 อย่าง อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม ประกอบด้วย อาหารสด แช่แข็ง อาหารบรรจุกระป๋อง อาหารกึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่มสำเร็จรูปที่บรรจุภาชนะถนอมอาหาร เครื่องดื่มสำเร็จรูปเพื่อผสมน้ำหรือนม  ส่วนประกอบอาหาร ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปเพื่อนำไปประกอบอาหาร เครื่องปรุงรสต่างๆ ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์ม  เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อใช้ประกอบอาหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและการดูแลสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม


3. การเพิ่มศักยภาพการเป็นศูนย์ กลางการขนส่งและโลจิสติกส์  มี 5 แผนเชิงยุทธ์ การบูรณาการการขนส่ง มีมูลค่าการลงทุนรวม 131,327 ล้านบาท โดยจะให้มูลค่าเพิ่มแก่ระบบเศรษฐกิจของภาคใต้ประมาณ 679,770 ล้านบาท อาทิ การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวกับตัวเมืองในหลายจังหวัดภาคใต้ เพื่อสะดวกในการเดินทางและเอื้อประโยชน์ให้เกิดการกระจายการท่องเที่ยวสู่จังหวัดอื่น โดยการ รวมการคมนาคมทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางราง เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ เกิดการเชื่อมต่ออย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต ศูนย์กลางขนส่งทางทะเล ซึ่งจะมี ค่าการลงทุน 20,161 ล้านบาท โดยจะให้ มูลค่าเพิ่มแก่ระบบเศรษฐกิจภาคใต้ ประมาณ 67,604 ล้านบาท ประกอบด้วย แผนงานโครงการสำคัญคือ ท่าเทียบเรือ สำราญเกาะสมุย ท่าเทียบเรือสำราญ จังหวัดภูเก็ต ท่าเทียบเรือสำราญจังหวัดกระบี่ ท่าเรือเฟอรี่สมุย-ขนอม โครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลา ที่ 2 และ โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกจังหวัดสตูล(ปากบารา) ศูนย์การขนส่งทางอากาศ


ซึ่งจะมี ค่าการลงทุน รวม 10,133 ล้านบาท โดย จะให้มูลค่าเพิ่มแก่ระบบเศรษฐกิจของภาคใต้ ประมาณ 35,877 ล้านบาท ประกอบด้วย แผนงานและโครงการดังนี้ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ตเพื่อรองรับผู้โดยสาร และ โครงการขยายพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารสำหรับท่าอากาศยานภูเก็ต การเพิ่มขีดความ สามารถในการแข่งขัน มูลค่าการลงทุน รวมประมาณ 514,873 ล้านบาท โดยจะ ให้มูลค่าเพิ่มแก่ระบบเศรษฐกิจของภาคใต้ ประมาณ 1,828 ล้านล้านบาท
ประกอบด้วยแผนงานและโครงการ อาทิ
โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร, ชุมพร-สุราษฎร์ธานี, หาดใหญ่ - ปาดังเบซาร์, โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์. โครงการศึกษาและออกแบบทางรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวเส้นทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี - พังงา - ภูเก็ต, โครงการรถไฟทางคู่ สายชุมทางหาดใหญ่-ปากบารา, โครงการรถไฟทางคู่ สายชุมทางหาดใหญ่ - จะนะ
และ ยุทธศาสตร์การขนส่งที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย กิจกรรมลดการปล่อยมลพิษและภาวะโลกร้อนจากภาคการขนส่ง  การบริหารจัด การความต้องการในการขนส่ง ตัวอย่างเช่น การทำงานที่บ้าน


โดยประยุกต์ใช้การ ติดต่อสื่อสารและอินเตอร์เน็ตเข้ามาช่วยและการจัดเก็บภาษีการใช้ถนน
การที่จะทำให้แผนปฏิบัติการสาขาคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์บรรลุเป้าหมายได้คือ แหล่งเงินทุนและการสนับสนุนการลงทุนจากรัฐ โดยใช้การจัดสรรจากงบประมาณประจำปีของรัฐ
นอกจากนี้ ควรให้มีการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน และรัฐควรพิจารณาใช้ช่องทางในการหาแหล่งเงินทุนสนับสนุน เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต เป็นต้น
ทั้งนี้ ดร.นครินทร์ สัทธรรมนุวงศ์ ผู้จัดการโครงการการศึกษาผลกระทบ เชิงยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ อธิบายเหตุผลที่จำเป็นต้องจัดทำโครงการท่าเรือน้ำลึก ปากบาราว่า เป็นการแก้ปัญหาการขนส่ง ที่เราเสียเปรียบมาเลเซีย เนื่องจากผู้ส่งออกไทยนิยมส่งออกสินค้าทางท่าเรือปีนังมากกว่าท่าเรือสงขลา ซึ่งต้องส่งต่ออีกทอดหนึ่ง ทำให้ค่าใช้จ่ายแพงกว่า ทั้งที่ความเป็นจริงค่าใช้จ่ายที่ท่าเรือสงขลาถูกกว่า

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง