สงขลาทูเดย์, สำนักข่าวโฟกัส, ข่าว สงขลา หาดใหญ่ ทั่วใต้, songkhlatoday

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • 20ปีโฟกัส

จับตาเลือกตั้งท้องถิ่น

บันทึกชายแดนใต้!. "ภาณุ อุทัยรัตน์"

photo  , 291x301 pixel , 605,312 bytes.

"ภาณุ" แนะแนวทางพัฒนาสู่การแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ แจง "ครม.ส่วนหน้า" ช่วยให้งานพื้นที่เดินเร็ว พร้อมหนุนพูดคุยสันติสุขด้วย "ใจต้องเป็นไทย"


24 กันยายน 2559 นายภาณุ อุทัย- รัตน์ เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ?สานพลังประชารัฐ สร้างสันติสุขชายแดนใต้? เวทีประชุมชี้แจงทำความเข้าใจการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ พร้อมบรรยาย พิเศษ "แนวทางการพัฒนาสู่การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้" โดยมีเครือข่ายภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิ- วาส ร่วมรับฟังกว่า 150 คน ที่โรงแรม หรรษา
เจ.บี. อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา


นายภาณุ กล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมา สำหรับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถเล็งเห็น ถึงความก้าวหน้าทุกด้านได้ ทั้งเรื่องการ พัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ตลอดจนโครงการใหญ่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ในพื้นที่อย่าง

"สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" วันนี้ได้เห็นเป็นรูปธรรมและมี ความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยผลประโยชน์ของโครงการจะตกกับคนใน 33 อำเภอ 1
ล้าน 8 แสน คน ประมาณ 5 แสนกว่าครอบ ครัว ที่จะทำเรื่องเกษตรอุตสาหกรรม การ ส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว เพื่อผลิตสินค้า ส่งออก ยังรวมไปถึงการมีงานอาชีพที่มั่น คง และมีรายได้ที่ดีขึ้น
ตรงนี้เป็นความตั้งใจของรัฐบาล ภายใต้ การขับเคลื่อนที่เรียกว่า ?สานพลังประชารัฐ? ซึ่งบรรดาธุรกิจใหญ่ๆ ได้ร่วมกัน เข้ามาช่วยสนับสนุน บวกกับความพร้อม ของนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ใช้เรื่อง Startup แนว คิดการทำธุรกิจจากคนรุ่นใหม่มากขึ้น รวมถึงนักลงทุนประเทศข้างเคียงก็ยังได้ให้ความสนใจเข้ามาศึกษาข้อมูลจากเราด้วย ตลอดจนประชาชนที่เข้าไปทำงานในร้านอาหารต้มยำกุ้ง และรับจ้างกรีดยางในมาเลเซีย ก็ได้เริ่มให้ความสนใจและมีความหวังกับโครงการนี้มากขึ้น


"เมื่อประชาชนให้ความมั่นใจกับรัฐแล้ว ทางภาครัฐก็มั่นใจเพิ่มมากขึ้น และหวังง่า โครงการดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาให้กับคนในพื้นที่ได้จริง? สำหรับการแก้ไขปัญหาประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น วันนี้ 1,788 หมู่บ้าน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการยืนยันจากอีหม่าม ผู้ใหญ่บ้าน จากประธานศูนย์ ?เกอเอดีลัน เซ็นเตอร์? (Keadilan Center) และจากบัณฑิตอาสา ตอบว่า คนในหมู่บ้านตัวเองไม่มีแล้วคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม  การที่คนได้รับความเดือดร้อนได้รับการดูแล แต่บางครั้งความเดือดร้อนเหล่านั้น อยู่ในระหว่างการแก้ไข ความรู้สึกที่ตัวเองไม่ได้รับการดูแล ถึงได้รับการดูแล จากเดิมการช่วยเหลือดูแลเรื่องความเป็นธรรมเป็นเรื่องของรัฐที่ต้องเข้าไปช่วยคลี่คลาย และขณะเดียวกัน เมื่อวันนี้เกิดขึ้นมา ครั้งหน้าเกิดอีกครั้ง เราก็มีกลไกของเราที่จะเข้าไปดูแลให้ทันทวงทีที่เราเรียกว่า ?ชุดอาสาคลายทุกข์ที่ต้นทาง" ประจำหมู่บ้าน ตรงนี้เป็นข้อยืนยันได้ ซึ่ง ศอ.บต.ประกาศ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559


ซึ่งวันนี้ พลเอกเปรม ติณสุลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้มีมุมมองอีกด้านหนึ่งว่า พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ หรือพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่อื่นก็ตาม ในฐานะของประชาชนเราให้ความเป็นธรรมกับ บ้านเมืองแล้วหรือไม  เราให้ความเป็นธรรมกับชุมชน สังคมแล้วหรือยัง
นั่นคือ การทำหน้าที่ของเราในฐานะการเป็น "พลเมืองที่ดี" อันนี้เป็นมุมมองคนละด้าน ในขณะที่เราเรียกร้องขอความเป็นธรรม วันนี้ไม่มีแล้วที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หากใครไม่ได้รับความเป็นธรรม โดนกลั่นแกล้ง รังแก ได้รับการเลือกปฏิบัติ เราก็ยังมีกลไกในระดับหมู่บ้านอย่าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และส่งต่อไปยังปลัดอำเภอ ตัวแทนอำเภอ จังหวัด และกลไก ศอ.บต. ซึ่งวันนี้กลไกเหล่านี้ทำงานของมันแล้ว
แต่ในฐานะการเป็นสื่อมวลชนนั้น เราต้องอย่าลืมดูความจริงอีกด้านหนึ่ง ว่า เราให้ความเป็นธรรมกับบ้านเมืองแล้วหรือยัง ตรงนี้ผมคิดว่า เป็นโอกาสหนึ่ง ที่พี่น้องสื่อมวลชน และภาคประชาสังคมอยู่กันตรงนี้ เราคิด เราอ่านอะไร เราบอกได้เลยว่า ประเด็นข่าวที่นำเสนอไป ต้องการป้อนอะไรให้กับคนในสังคม ซึ่งบ้านเมืองจะเสียหายแค่ไหน ใครได้อะไร ใครเสียอะไร มีความเหมาะสม หรือดีขึ้นหรือไม่อย่างไร  ปัญหาจะเกิดหรือไม่


"ผมเชื่อว่า ปัญญาชนที่มีความรู้ต้องตอบได้ การที่เรานำเสนอประเด็นสื่อแบบนี้ออกไป เกิดความเสียหายหรือไม่ ถ้าเกิดไม่เสียหาย แต่หากเป็นความเดือดร้อนจริงๆ หากเราไปเจอคนที่เดือดร้อน มีความลำบากยากจน ทั้งเด็กกำพร้า คนชราไม่มีคนดูแล ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ มีโรคประจำตัว ถ้าไปเจอเราต้องรู้สึกสงสาร ซึ่งแน่นอนหากสื่อบอกว่า ดีแล้วที่นำเสนอ ข่าวไป แต่ทั้งนี้หากแจ้งไปแล้ว ภาคราช- การนิ่งเฉย ตรงนี้สื่อสามารถเสนอข่าวและ ตำหนิการทำงานได้"


สำหรับการพุดคุยสันติสุข ศอ.บต.ได้จัด 15 เวทีพูดคุยในพื้นที่ 3 จังหวัดโดยมี
นายนิมุ มะกาเจ ผู้นำศาสนาจังหวัดชาย แดนใต้ ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดยะลา เป็นตัวหลักช่วยเราเรื่องนี้ ซึ่งได้มีความเห็นร่วมกัน 4 ประเด็น ได้แก่ 1.การพูดคุยสันติสุข ซึ่งเราอยากเรียนไปยังสื่อมวลชน และภาคประชาสังคมว่า ในขณะที่เรามีการ พัฒนาไปทั้ง 2 ด้าน ทั้งการพัฒนาในด้าน คนที่แก้ไขปัญหากับการพัฒนาในด้าน คนที่สร้างปัญหา ซึ่งก็เข้าใจว่า คนที่นำ ปัญหาเรื่องประวัติศาสตร์ ความเชื่อที่ แตกต่างพยายามทำให้เป็นประเด็นหลัก เพื่อนำความแตกต่างไปสู่การสร้างความแตกแยก และพยายามนำปัญหาเหล่านี้มาเป็น ?ปัญหาสากล? ให้คนสนใจมากขึ้น
ทั้งยังสืบทราบว่าใช้ชื่อ "การเจรจา สันติภาพ" หรือ "การพูดคุยสันติสุข" จะ ทำให้การขอเงินสนับสนุนจากต่างประเทศง่ายขึ้น เพราะคำว่า สันติภาพ ถือ เป็นปัญหาสากล ที่มีหน่วยงานองค์กรที่สนับสนุนการสร้างสันติภาพ  การใช้คำดัง กล่าวจึงทำให้ภาพของปัญหาดูใหญ่ แม้จะมีความพยายามให้สถานการณ์ในพื้นที่กลายเป็นเรื่องสากลก็ตาม แต่เมื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้เร่งเปลี่ยนใช้ชื่อ ?การพูดคุยสันติสุข? พร้อมยกการพูดคุยเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นหนึ่งใน นโยบายของรัฐบาล ตามที่ปรากฏในข้อ


1.2 เรื่องนโยบายเพื่อความมั่นคง 2.คน พูดคุยต้องมีหัวใจเป็นไทย ขอให้เป้าหมาย ของการพูดคุยนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชาติไทย  กล่าวคือ นำไปสู่ ?สังคมพหุวัฒนธรรม? การอยู่ร่วมกันโดยสันติวิธี เข้าอกเข้าใจ และเคารพซึ่งกันและกัน


3.โดยเงื่อนไขต่างๆ ที่คณะพูดคุย นำเสนอ ต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและระเบียบของกฎหมาย  เช่น การให้ความปลอดภัยกับคนที่มีหมายจับให้สามารถเข้ามาในประเทศไทยได้  หรือเรียกร้องให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ 4.การนำข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ต้องอยู่ภายใต้กรอบพิจารณาของการพุดคุยด้วย เช่น การต่อต้านการใช้ ความรุนแรง และคนพื้นที่ต้องการให้เป็น สังคมพหุวัฒนธรรม


ซึ่งการทำเวทีจากภาคประชาชน ทั้ง
15 เวทีที่ผ่านมา ประชาชนต่างสรุปและเห็นพ้องในหลักพิจารณา 4 ข้อ ซึ่งเราก็เห็น พ้องในแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา 9 ข้อที่รัฐบาลยึด ปฏิบัติ ได้แก่ 1.การใช้สันติวิธี 2.การสร้าง ความเข้มแข็งให้ชุมชน 3.การพัฒนาการ ศึกษาวัฒนธรรม 4.การพัฒนาคุณภาพ ชีวิต สร้างศักยภาพการประกอบอาชีพ 5.การพัฒนาด้านสาธารณสุข 6.การ เคารพใช้กฎหมายและสันติวิธี 7.การ ส่งเสริมความเข้าใจ ระหว่างคนในชาติ 8. คนในต่างประเทศ ต้องเข้าอกเข้าใจการประชาสัมพันธ์ 9.การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม


"การพูดคุยตรงนี้ ไม่ใช่เพื่อแบ่งแยก ดินแดน แต่เป้าหมายเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในประเทศไทย" ครม.ส่วนหน้า มาจาก คปต.(คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้) ที่ประชุม 2 เดือน/ ครั้ง จึงทำให้ดูเหมือนงานไม่คล่องตัวและ ไม่ต่อเนื่อง วันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐ มนตรีได้ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส  จากตรงนี้เอง ที่ผมได้บอกว่า ต้องชั่งน้ำหนัก 5,500 กับ
1.8 ล้าน เมื่อคนที่ล้านแปดบอกคนที่
5,500 คุณห้ามทำผิด นั่นคือ การต่อต้าน การใช้ความรุนแรง ระดับความคิดตรงนี้
รัฐบาลรับรู้ รัฐบาลมีความพอใจว่า คนใน พื้นที่ส่วนใหญ่คิดเห็นอย่างนี้ คิดสร้าง โอกาส สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง จึงนำไปสู่โครงการ "สามเหลี่ยมมั่นคง มั่ง คั่ง ยั่งยืน" โดยประกาศครั้งแรกที่ จ.นรา ธิวาส วันนี้บ้านเราจึงปรับโหมดการพัฒนา พื้นที่ใหม่ ที่ 60% และงานความมั่นคง 40%
ซึ่งตรงนี้หากมี ครม.ย่อยเกิดขึ้นในพื้นที่ เรื่องการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลและการความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก็จะได้รับการแก้ไขที่เร็วขึ้น


"ที่ผ่านมา ความมั่นคง 70% การพัฒนา 30% ต่อมาลดอยู่ที่ความมั่นคง 60% การพัฒนา 40% แต่วันนี้เราปรับงาน พัฒนา 3 จังหวัดอยู่ 60 ความมั่นคง 40 รวม ถึงเปลี่ยนกองกำลังในพื้นที่จากกองทัพภาค 1-2 -3 นำกองทัพภาค 4 เข้ามา วันนี้ รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว"


ทั้งนี้ การมีกองกำลังขึ้นในพื้นทีถือเป็นความจำเป็นที่ต้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งไม่ได้มาจากข้อเรียกร้องของพี่น้องไทยพุทธอย่างเดียว พี่น้องไทยมุสลิมก็รวมกันเรียกร้องและต่อต้านการใช้ความรุนแรงเช่นกัน ซึ่งเห็นได้จากการผนึกกำลังเป็นมวลชนในพื้นที่ต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง