สงขลาทูเดย์, สำนักข่าวโฟกัส, ข่าว สงขลา หาดใหญ่ ทั่วใต้, songkhlatoday

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • 20ปีโฟกัส

ทั่วใต้

ประชุมผู้นำศาสนา5จว.ชายดนใต้ ป้องกันตกเป็นเครื่องมือไอซิสแทรกซึม

  • photo  , 640x359 pixel , 41,503 bytes.
  • photo  , 1300x867 pixel , 157,908 bytes.
  • photo  , 1300x861 pixel , 140,823 bytes.

เรียกประชุมผู้นำศาสนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เชิญ ?อุซตาซ? ประเทศมาเลเซียให้ข้อมูล หลังหลังพบกลุ่มบิดเบือนศาสนาอิสลามเคลื่อนไหว ป้องกันตกเป็นเครื่องมือ ISIS (ไอซิส) แทรกซึมในพื้นที่ (07.30 น. 18 พ.ย. 59) ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส นายอับดุลเราะห์มาน อับดุลสมัด ประธานสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เป็นประธานประชุม วาระพิเศษ เพื่อรับทราบและเสนอแก้ไขปัญหา ในเรื่องความเป็นอยู่ และความสเถียรภาพ ชาติพันธ์ ศาสนา ตลอดจนปัญหาในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้


ในการนี้ได้มี คณะเลขานุการ คณะกรรมการอิสลาม และนักศาสนา 5 จ.ชายแดนภาคใต้ จังหวัด สตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และผู้แทนสื่อมวลชน จากประเทศมาเลเซีย รวม 12 คน เข้าร่วมประชุม โดยมีนายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส ให้การต้อนรับและร่วมประชุมในวาระดังกล่าว


นายอับดุลเราะห์มาน อับดุลสมัด ประธานสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผย ?ผู้สื่อข่าว?ว่า การประชุมในครั้งนี้ มีหลายเรื่องที่ได้พูดคุย ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับพื้นที่บ้านเรา และภูมิภาคอาเซียน ซึ่งนักศาสนา โดยเฉพาะผู้บริหารองค์กรอิสลามในพื้นที่ 5 จ.ชายแดนภาคใต้ หวั่นวิตกกับปัญหา ภาวะสถานการณ์โลกในปัจจุบัน


และที่จะต้องเดินหน้าไปในอนาคต ห่วงใยประชาชนชาวมลายู หรือชาวไทยมุสลิม ที่บริโภคข่าวสาร ในหลายด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการบอกปากต่อปาก สื่อโชเชี่ยน หรือสื่อสารมวลชน นั้นคือ การรับข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริง และหลายครั้งมีแต่ข้อเท็จ มีการสร้างเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด และสร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้น ในสังคม เพื่อขยายความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ซึ่งหลายๆครั้งมันเป็นเรื่องของผลประโยชน์


ในเรื่องของผู้คนนับถือศาสนาอิสลาม ในประเทศไทย โดยเฉพาะ ชาวมลายู หรือคนเรียกว่า ชาวไทยมุสลิม หากย้อน ดูประวัติศาสตร์ ชาวมลายู นับแต่ จ.สตูล ลงมาถึง นราธิวาส ผ่านเข้าประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน และประเทศในแถบนี้ ล้วนเป็นชาติพันธ์มลายู ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามมายาวนาน ซึ่งทุกคนในประเทศอยู่ด้วยกันอย่างสันติวิธี และมีความสุขในกาลอดีต แต่ในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ กว่า 12 ปี มีสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น ความบอบช้ำ บาดเจ็บ ตายจำนวนมาก อย่างที่ทุกคนทราบ


ซึ่งรัฐบาลไทย ได้แก้ปัญหาเพื่อความมั่นคงและ ดีขึ้นตามลำดับ แต่ที่นักศาสนา หวาดกลัวที่สุด คือ มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม ที่อ้างมีความรู้เรื่องศาสนา ซึ่งมันเกิดขึ้นแล้ว ในหลายประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เรียกว่า กลุ่มบุคคล บิดเบือนศาสนาอิสลาม สอนให้ผู้คน หรือหลอกให้ผู้คนเชื่อศรัทธา ทำสิ่งใดตามพวกตนบอก ได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน และยังอ้างศาสนาอิสลาม แบบผิดบิดเบือน ให้ก่อเหตุใช้ความรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ อย่างโหดเหี้ยมไร้ปราณี ซึ่งไม่ใช่เป็นหลักคำสอนศาสนาอิสลามแต่อย่างใด


นายอับดุลเราะห์มาน กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบ และมีการยิงปะทะกันที่ บริเวณมัสยิด ระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนร้าย ทำให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ คนร้ายเสียชีวิตในและนอกมัสยิดกรือเซะรวม 34 ศพ เมื่อปี 2547 องค์กรดูแลในเรื่องละศาสนาอิสลาม ทั้งสมาพันธ์และคณะกรรมอิสลาม ชายแดนภาคใต้ ได้ทำการติดตาม และวิเคราะห์ หาหลักฐาน กรณีบุคคลที่เสียชีวิต


ซึ่งเราพบว่า เป็นกลุ่มที่มีความเชื่อในเรื่องศาสนา และ ได้รับคำสอนที่บิดเบือน ซึ่งแหล่งคำสอนมากจากที่หนึ่ง ในประเทศ มซ. ทำให้บุคคลเหล่านั้น ทำการอย่างกล้าหาญและกล้าตาย เพราะเชื่อหลักคำสอนที่บิดเบือน การต่อสู้ แม้ตัวตายจะเข้าสวรรค์ ในปัจจุบันเรายังพบว่า ในพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และอีกหลายจังหวัด ยังมีกลุ่มบุคคล มาสอนนัดหมายตามบ้านเรือน ในหมู่บ้าน และมีการขยายวงจรซาตาน บิดเบือนศาสนาอย่างต่อเนื่อง" "มันเป็นมหันตภัย อันตรายอย่างยิ่ง เพราะการสอนที่บิดเบื้อนศาสนา คนที่เชื่อจะถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ ทำลายศาสนาอิสลาม และยังทำลายต่อความมั่นคงของประเทศชาติ และเราต้องป้องกัน คนของเราไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ของกลุ่มบุคคล ที่ใช้ความพยายามบิดเบือนศาสนาอิสลาม และการแพร่กระจาย ของกลุ่ม ISIS ไอซิส? เราจำเป็นจะต้องป้องกัน และมีมาตรการให้ชัดขึ้น เพื่อไม่ให้ประชาชนตกเป็นเครื่องมือ"


จึงขอให้ประชาชนทุกคน ฟังศาสนาในมัสยิดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น เพื่อป้องกันบุคคลแฝงตัว และจะมีมาตรการอื่นอีกตามมา เป็นเสมือนวัคซีนป้องกัน นอกจากนี้ ทางตนจะออกหนังสือ ในวาระพิเศษ เป็นหนังสือ ย้อนอดีตคนในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้ และความสัมพันธ์มิตรประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนเรื่องราวเกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม หรืออื่นๆ อีกมากมาย ฯลฯ ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาในข้อเท็จจริง อย่างไม่บิดเบือน


นายอัลฮามี อิซซัม อุซตาซ และนักเขียนอิสระ รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า เรื่องราว เบี่ยงเบนศาสนาอิสลาม ในมาเลเซีย มีมานาน แต่เป็นการกระทำที่ไม่เปิดเผยโล่งแจ้ง แต่มีหลายกลุ่มที่รัฐบาล ติดตาม ซึ่งยิ่งมี ความเคลื่อนไหวกระแส ISIS ไอซิส ทำให้นานาประเทศ โดยเฉพาะในหมู่ประเทศที่กำลังประสบปัญหาความไม่สงบภายในอยู่ในอาการหวั่นวิตก เกรงว่าจะยิ่งเร่งให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบชนิดหนักข้อไปถึง "การก่อการร้าย" และสร้างความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์


ซึ่งหลายประเทศจึงเริ่มมีมาตรการ "ตัดไฟแต่ต้นลม" โดยนำมาตรการด้านความมั่นคงออกมาใช้ควบคุมอย่างเต็มพิกัด บางประเทศเริ่มเฝ้าระวังเข้มงวด บางประเทศประกาศยกระดับเป็นภัยร้ายแรง ที่ดีคือ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย หรือที่ประเทศไทยไหนๆ 2 เหตุที่ต้องป้องกัน คือ 1 อย่าปล่อยบุคคลผู้ไม่หวังดีสอนศาสนาอิสลามที่บิดเบือน 2 คือต้องให้ความรู้กับประชาชนอย่าเชื่อศาสนาที่บิดเบือน แม้จะเป็นงานที่ยากแต่เราก็ต้องทำ เพื่อให้เข้าใจศาสนาอิสลามที่แท้จริง เพื่อให้เกิดความมั่นคงและสันติภาพ

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง