สงขลาทูเดย์, สำนักข่าวโฟกัส, ข่าว สงขลา หาดใหญ่ ทั่วใต้, songkhlatoday

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • 20ปีโฟกัส

ทั่วใต้

ชี้'อัมโน'พ่ายศก./คอร์รัปชั่น 'ริงกิต'เด้ง-ส่งท่องเที่ยว/จชต.ดีขึ้น

by Waenuraihan @16-05-2561 13.14 ( IP : 134...108 ) | Tags : ทั่วใต้
photo  , 960x452 pixel , 85,315 bytes.

ค่าเงินริงกิตเด้งขานรับ 'ดร.มหาเธร์' ชนะขาดเลือกตั้งมาเลเซีย ชี้วิกฤติเศรษฐกิจ คอร์รัปชั่นเป็นสาเหตุหลักให้อัมโนพ่าย ทั้งสื่อ ประชาสังคม นักวิชาการ และธุรกิจ มั่นใจจะส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาชายแดนใต้ รวมถึงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว


นางปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง นักวิจัยและผู้สื่อข่าวอิสระ สมาชิกเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ กล่าวว่า บรรดาโพลทั้งหลายที่ทำนายกันมาค่อนข้างพลิกโพล เนื่องจากทุกคนคิดหมดเลยว่าจะสูสีกันในเรื่องของที่นั่งและเป็นฝ่ายของ นาจิบ ราซัค  ที่ชนะเนื่องจากการแบ่งเขตเลือกตั้ง เกิดสิ่งมหัศจรรย์ที่ว่าคือ การย้ายค่ายอย่างใหญ่หลวงของชาวมาเลเซีย เชื้อสายมลายู ซึ่งเคยเป็นฐานเสียงของพรรคอัมโน พร้อมใจกันย้ายไปอยู่กลุ่มพรรคฝ่ายค้านและพรรคปาสอีกส่วนหนึ่ง


ดังนั้น สิ่งที่เจ้าสำนักโพลทั้งหลายผิด อีกประการหนึ่งคือ พรรคปาสจะเหลือที่นั่งไม่เกิน 2 ที่นั่ง ปรากฎว่าปาสได้ 17-18 ที่นั่ง นั่นหมายความว่าอัมโนโดนทิ้ง มีการวิเคราะห์กันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จริงๆ แล้วเป็นการเลือกผู้นำ คือคนมลายูเลือกผู้นำมลายูของเขา เพราะความผิดพลาดของอัมโนหลายประการ  ปัจจัยที่สำคัญของการเปลี่ยนความคิดของคนมลายูคือ การไม่ยึดติดกับพรรคอัมโน ไม่มองว่าอัมโนเป็นตัวแทนของเขา นี่คือหนึ่งปัจจัยสำคัญ

ประการที่สอง บารมีอันแก่กล้าของ ดร.มหาเธร์ ที่แผ่ขึ้นมาเหนือ นายนาจิบ ราฌัก อย่างเทียบกันไม่ติด ในห้วงเวลาที่ประเทศกำลังอ่อนแอด้วยสภาพทางเศรษฐกิจ ปัญหาทุจริต คตโกง ปัจจัยเหล่านี้รวมๆ กันแล้วบังเอิญ ดร.มหาเธร์ นั่งอยู่ตรงนี้พอดี เหมือนกับเป็นหลักให้คนที่มองไปอนาคตแล้วมีความหวัง

การจับมือกันของดร.มหาเธร์กับนายอันวาร์ อิบบราฮิม อดีตผู้นำฝ่ายค้านมีผลเป็นอย่างมาก เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูชนิดที่ว่าไม่เผาผี ไม่มองหน้า แต่พอมาถึงจุดที่มีการเลือกตั้งใหม่ กลุ่มฝ่ายค้านเองก็ทราบว่าคราวที่แล้วชนะป็อปปูล่าโหวดแล้วยังไม่ได้เก้าอี้ เสียงมลายูเท่านั้นจะเป็นเสียงตัดสิน เลยตัดสินใจจับมือกับดร.มหาเธร์ขึ้นมาและคงมีข้อตกลงอะไรบางอย่าง


พรรคอัมโนครองอำนาจมา 61 ปี ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้หาไม่ได้อีกแล้ว เมื่ออยู่มานานๆ มีการสะสมทุนทางการเมืองสูง ร่ำรวยมหาศาล คุมกลไกและองคาพยพของรัฐ ใช้นโยบายประชานิยมการหนุนช่วยกลุ่มภูมิบุตร ในทางเศรษฐกิจ ออกมาเป็นกฎหมาย คือนโยบายเศรษฐกิจใหม่ เช่น ซื้อบ้านมีราคาภูมิบุตร ที่ต่ำกว่าคนอื่น ซึ่งการดูแลภูมิบูตร มีเหตุผลที่ต้องการยกระดับให้พวกเขามีระดับทางเศรษฐกิจเท่ากับกลุ่มชนอื่นๆ เพื่อความเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นโยบายเศรษฐกิจใหม่ของอัมโนที่ใช้มาประมาณ 50 ปีที่แล้ว สร้างฐานเสียงชาวมลายูอย่างใหญ่หลวง ตรงนี้เป็นประชานิยม แต่ในครั้งนี้ประชาไม่นิยมแล้วทั้งๆ ที่เหนียวแน่นมาโดยตลอด


ความประมาทในเรื่องการทุจริตของพรรคอัมโน เรื่องกองทุน 1MDB ทำให้เกิดวิกฤติศรัทธา ซึ่งบังเอิญมาเกิดช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ และยังใช้นโยบายทางเศรษฐกิจเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มทับหนักเข้าไปอีก


อาจารย์อับดุลสุโก ดินอะ กรรมการสภาประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ยอมรับว่าคนมาเลเซียมีความอดทน ในเรื่อองกระบวนการประชาธิปไตย ถึงจะมีการประท้วงขนาดไหน ก็ไม่มีการปฏิวัติ รัฐประหารที่ผ่านมา ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถึง 20 ปี เรื่องของเกมส์การเมือง ท่านรู้ทุกอย่าง กลเม็ดเคล็ดลับ การที่ดร.มหาเธร์ ชนะเลือกตั้ง เพราะท่านยอมรับไม่ได้เรื่องการคอร์รัปชั่น กองทุน 1MDB ของรัฐบาลนายนาจิบ ราฌักไม่ได้ จึงลงมาเป็นหัวขบวนประท้วงร่วมกับทีมงานของนายอันวาร์ ที่ผ่านมามีการชุมชุมเรียกร้องให้ตรวจสอบกองทุนมีมาเป็นเวลานาน ตรงนี้ถือเป็นชนวนสำคัญการจับมือกันของ มหาเธร์ กับ นายอันวาร์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งแม้จะเคยมีปัญหาและเคยเป็นศัตรูกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ การล้มนายนาจิบ ราฌัก ทำให้ชนะได้ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างมีมวลชนเป็นของตัวเอง รวมทั้งชาวมาเลเซียมีความมั่นใจในตัวมหาเธร์ ที่เคยบริหารประเทศจนเจริญก้าวหน้า


หลังเลือกตั้งค่าเงินขึ้นเป็น 8.11 แสดงว่านักลงทุนรับกระแส และเชื่อมั่น สื่อมวลชนเองมีอิสระภาพมากขึ้น กระบวนการเคลื่อนไหวทางประชาชนจะมีอิสรภาพมากขึ้น


อาจารย์อับดุลสุโก กล่าว และว่า ต้องไม่ลืมว่า ตอนนี้คนมาเลเซียเป็นคนรุ่นใหม่แล้ว คนจีน คนอินเดีย คนมาเลเซีย หรือภูมิบุตรก็ต้องปรับ คนเหล่านี้ถึงแม้เป็นเจ้าของประเทศ แต่อนาคตการศึกษา เศรษฐกิจมีน้อยกว่าคนจีน พอคนเหล่านี้ได้เรียนรู้มากขึ้น ทำงานมากขึ้น คนที่เป็นภูมิบุตรเริ่มขยับตัวเอง เทียบเท่าคนจีน


หากมอง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เรื่องความมั่นคง และกระบวนการสันติภาพ คิดว่านโยบายไม่เปลี่ยน เพราะคนที่ปูพื้นฐานในกระบวนการสันติภาพที่ลังกาวี คือมหาเธย์ ถ้าจังหวัดชายแดนใต้ไม่สงบ มาเลเซียได้รับผลกระทบด้วย ตรงนี้จะเชื่อมกันในเรื่องเศรษฐกิจ


เศรษฐกิจของคนสามจังหวัดชายแดนใต้ลำบากมาก ในสมัยรัฐบาล นายนาจิบ ยกตัวอย่างง่ายๆ เขาไปทำงานร้านต้มยำ ได้ 10 เหรียญ พอเอามาแลกเงินไทยได้น้อย รวมไปถึงเรื่องคนสองสัญชาติ คือญาติพี่น้องเขาเป็นคนๆ เดียวกัน เพราะฉะนั้น การเอื้อมันต้องมีแน่นอน แต่ว่าอาจจะใช้กระบวนการทาง IT มากขึ้นในการที่จะว่าคุณจะถือสัญชาติไหนกันแน่ ต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่งไทยหรือมาเลเซีย


นางอัยดา อูเจ๊ะ นายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซียน กล่าวว่า การตัดสินใจกลับมาเล่นการเมืองของ ดร.มหาเธร์ เกิดจากที่ต้องการเข้ามาป้องกันและยุติการคอร์รัปชั่น เพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะวิวาทบานปลายไปมากกว่านี้ และต้องการรวมชาติคนมาเลเซียทุกเชื้อชาติ ศาสนา ภาษากลับมาเป็นหนึ่งเดียว


คาดว่า ค่าเงินริงกิตจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไป แต่คิดว่า ดร.มหาเธร์ ไม่ปล่อยให้ค่าเงินสูงขึ้นโดยทันที แต่จะค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบในระยะยาว และกระทบไปยังภาคการส่งออก โดยสถานการณ์ตอนนี้ดร.มหาเธร์ พยายามไม่ให้กระทบการส่งออก นำเข้า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบระหว่างประเทศด้วย ที่ผ่านมา ดร.มหาเธร์ พยายามรักษาน้ำใจระหว่างประเทศ ซึ่งในอนาคตการท่องเที่ยวชายแดนใต้ จะกลับมาคึกคักมากกว่าเดิม
ที่เคยเงียบเหงามา 2-3 ปี นักท่องเที่ยวที่ไปหาดใหญ่ หรือเที่ยวสงขลาลดลงมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมาค่าเงินริงกิตลง เศรษฐกิจตกต่ำ แต่เมื่อ ดร.มหาเธร์ กลับมาจะเกิดการเปลี่ยนฐานใหม่ การบริหารประเทศจะไม่มีการคอร์รัปชั่น จะเป็นมาตรฐาน ซึ่งเชื่อว่า ทุกอย่างจะดีขึ้นการรักษาบาดแผลต้องใช้ระยะเวลา



ตราบใดที่ ดร.มหาเธร์ มีชีวิตอยู่ ท่านบอกว่า นาทีสุดท้ายของท่าน ตราบที่ปากสามารถพูดได้  ตาสามารถมองเห็น หูยังสามารถได้ยิน ท่านจะทำเพื่อประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรือง และประชาชนกลมเกลียว รักใคร่เป็นหนึ่ง ก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ ไม่กลับมาแล้ว? นางอัยดา กล่าว


นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช ผู้อำนวยการ วิทยาลัยชุมชนจังหวัดยะลากล่าวว่า ตอนนี้ต้องรอฟังนโยบายการดำเนินงาน บริหารประเทศของรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะการคัดเลือกคณะรัฐมนตรี ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้เราเห็นถึงความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีให้กับ ดร.มหาเธร์ โดยปรากฎ-การณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ มีแนวโน้มมาจากคนรุ่นใหม่มากขึ้นที่ต้องการเปลี่ยน แปลง และมีบทบาทสูงต่อการเคลื่อนไหวของพรรครัฐบาลในอนาคตด้วย โดยวันนี้ค่าเงินริงกิตปรับตัวบ้างแล้ว หากมองในตลาดหุ้น ถือเป็นสัญญานเชิงบวกที่มีผล


ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจมาเลเซียโดยรวม เช่น ฐานรากจะรู้สึกอึดอัด ชะลอตัวชัดเจน แต่เนื่องจากมาเลเซียได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออก จึงส่งผลให้คนในระดับบนได้รับประโยชน์ที่มาก กว่า แต่คนระดับล่างอาจต้องการการเปลี่ยนแปลงสูง นายปกรณ์ กล่าว


ดร.สุภาสเมต ยุนยะสิทธิ์ อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล กล่าวว่า ตนเคยศึกษาระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย UM และปริญญาเอกที้ UKM มาเลเซีย ปัจจุบันแต่งงานกับสามีเชื้อสายจีน คนมาเลเซีย การเลือกตั้งในครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของมาเลเซีย เพราะเมื่อก่อนเวลามีเลือกตั้งคนมาเลย์จะเลือกโดยใช้ฐานชาติพันธ์เป็นฐานในการเลือก ทำให้ไม่มีใครกล้าโหวตคนที่นอกเหนือจากชาติพันธ์ของตัวเอง เพราะจะกังวลเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบ


ปรากฎการณ์วันนี้แสดงให้เห็นคนมาเลเซีย อยากเห็นอะไรใหม่ๆ ทำให้คนต่างชาติพันธุ์ต่างลุกขึ้นมาใช้สิทธิและเลือกคนที่นอกเหนือจากพวกตัวเอง ถือเป็นปรากฎการณ์ที่ดี รวมทั้งเป็นสัญญานของความร่วมมือของคนในสังคมพหุวัฒนธรรมที่คนมาเลเซียเคยพูดกลับมาอีกครั้ง


ซึ่งจากการพูดคุยกับคนมาเลเซียเขาคิดว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องจัดการ รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำทำให้คนมาเลย์ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบ้างอย่าง เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้มาจากปัญหาที่สะสมอย่างหนัก เช่น ค่าเงินริงกิตที่ตกต่ำอย่างมาก

ดร.สุภาสเมต กล่าวต่อว่า ความสำเร็จของพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันนี้ถือเป็นปาฏิหาริย์ที่รัฐบาลนาจิบพยายามทำให้การเลือกตั้งเป็นอุปสรรคและพรรคฝ่านค้านต้องพ่ายแพ้ เพราะไม่มีประเทศไหนในโลกที่จัดการเลือกตั้งวันพุธ ที่เป็นวันทำงาน ปกติจะจัดเลือกตั้งในวันหยุด เพื่อให้คนที่ทำงานในเมืองใหญ่หรือทำงานต่างประเทศได้กลับไปใช้สิทธิ ซึ่งรัฐบาลนาจิบพยายามทำให้การเลือกตั้งลำบากที่สุด และคนที่จะโหวตให้กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ?พรรคปากาตัน ฮาราปัน? ไม่สามารถกลับมาเลือกตั้งได้


ชัยชนะครั้งนี้ของพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่า จะทำได้ เพราะถูกกีดกันจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกรูปแบบ ทั้งกำหนดวันเลือกตั้งให้เป็นวันพุธ
เพื่อให้การเลือกตั้งลำบากที่สุด แต่สุดท้ายก็สำเร็จ



ดร.สุภาสเมต กล่าว นายฆอซาลี อาแว นักวิชาการประจำศูนย์สันติวิธีชายแดนใต้ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในฐานะคนพื้นที่ 3 จังหวัด เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัย USM รัฐปีนัง มองว่า เป็นสิ่งเหนือความคาดหมาย ผลการเลือกตั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ รวมทั้งทิศทางของประเทศจะขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ด้วย


ครั้งนี้น่าจะให้บทเรียนบางอย่างให้กับประเทศไทยได้ กับปรากฎดังกล่าวที่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่เกิดในมาเลเซียรวมถึงปัญหาการคอร์รัปชั่น ส่งผลให้ประชาชนเลือกเทคะแนนให้กับพรรคปากาตัน ฮาราปัน ที่นำโดย ดร.มหาเธร์


นายฆอซาลี กล่าว และว่า ชายแดนไทยกับมาเลเซีย ในเรื่องการพูดคุยสันติสุขนั้น ตนมองว่า การชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเอื้อต่อการพูดคุยสันติสุขให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เนื่องด้วย ดร.มหาเธร์ เป็นคนแรกที่เริ่มการพูดคุย


นายโตหอง แซ่หลี นายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ จังหวัดสงขลา และเจ้าของบริษัทนิวเฟรนด์ทัวร์ กล่าวว่า  หลังผลการเลือกตั้งมาเลเซีย ตนเชื่อว่าเศรษฐกิจต้องดีขึ้น เพราะว่ารัฐบาลเก่ามีข่าวคราวของการทุจริตคอร์รัปชั่น ส่งผลให้ค่าเงินริงกิตตกต่ำ รวมทั้งปัญหาการขึ้นเงินภาษีต่างๆ ทำให้ประชาชนเริ่มทนไม่ได้ และเชื่อว่าอีกไม่นานค่าเงินของมาเลเซียจะสูงขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในสงขลาเพิ่มมากขึ้น

นางเพ็ญณี ฤทธิกาญจน์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เศรษฐกิจหาดใหญ่จะดีขึ้นอย่างแน่นอน จากรัฐบาลใหม่ รวมทั้งนโยบายความปลอดภัย ความมั่นคง ซึ่งเป็นอันดับแรกที่สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว ที่ผ่านมาที่นักท่องเที่ยวเข้ามามาก เพราะมั่นใจในรัฐบาลว่า สามารถสร้างความมั่นใจปลอดภัย ซึ่งก็ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่ร้ายแรงมาก

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง