สงขลาทูเดย์, สำนักข่าวโฟกัส, ข่าว สงขลา หาดใหญ่ ทั่วใต้, songkhlatoday

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • 20ปีโฟกัส

ทั่วใต้

ศอ.บต.ให้สิทธิ 5 จชต. ตรวจDNAรับรอง''คนไทย''

by Waenuraihan @24-07-2561 11.51 ( IP : 202...159 ) | Tags : ทั่วใต้
photo  , 960x540 pixel , 63,154 bytes.

นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานยุติธรรมและรักษาการผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศ ศอ.บต. กล่าวว่า การจัดเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อแก้ไขปัญหาบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรหรือไร้สัญชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จัดขึ้นในวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2561 ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า ศอ.บต.นั้น นับเป็นครั้งแรกที่ดำเนินการใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลาและสตูล ซึ่งการตรวจดังกล่าวเป็นการบูรณาการงานร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย


''กรณีประชาชนคนไทยทั่วไป ปกติเกิดต้องไปแจ้งเกิด เพื่อที่จะทำสูติบัตรเเละนำชื่อเข้าทะเบียน เมื่ออายุถึงเกณฑ์ ปัจจุบัน 7 ขวบ สามารถทำบัตรประชาชนได้ แต่กรณีของประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น กลับพบตัวเลขผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ มากถึง 13,905 คน''


นายธีรุตม์ กล่าวต่อว่า สาเหตุของบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ 13,905 คนนั้น 1. เกิดจากกรณีที่ประชาชนขาดความรู้ ความเข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ต่างๆ ของตน เมื่อมีบุตรและจะต้องไปแจ้งเกิด 2.ประชาชนที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก หรืออยู่ในป่าลึก เช่น อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา ก็จะมีความลำบากในการเดินทาง ประกอบกับขาดการประชาสัมพันธ์ถึงสิทธิและหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายที่ทั่วถึง 3.ประชาชนที่เข้าไปทำงานในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ซาอุดิอารเบีย บางรายแต่งงานกับคนไทยด้วยกัน แต่ไปเกิดบุตรในต่างประเทศ และ ไม่ได้แจ้งเกิดกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ เมื่อกลับประเทศไทยก็ไม่ได้ไปแจ้งทางอำเภอ เมื่อคนเหล่านี้ไม่ได้ดำเนินการก็ทำให้ขาดพยานหลักฐานต่างๆเพราะบางรายทำคลอดผ่านหมอตำแย บางรายคลอดลูกด้วยตัวเองในมาเลเซียทำให้ไม่มีพยานหลักฐานที่สามารถไปแจ้งเกิดได้ และโดยปกติตามระเบียบจะมีให้สืบพยานได้ จากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหมอที่ทำคลอด ก็เป็นอำนาจของนายอำเภอที่จะออกบัตรประชาชนให้ได้ ซึ่งเริ่มต้นจะต้องมีการแจ้งชื่อ เพื่อเข้าไปอยู่ในทะเบียนราษฎร์ก่อน แต่คนเหล่านี้พออายุมากขึ้น เช่น รายหนึ่งอายุ 56 ปี อยู่ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ไปแจ้งเกิด และไม่มีบัตรประชาชน ทำให้ต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆเพราะกลัวตำรวจจับ อีกรายหนึ่งพ่อเสียชีวิต แม่มีบัตรประชาชน แต่ลูกไม่มีบัตรประชาชน และอีกรายเป็นพี่น้องกัน น้องสาวไปแต่งงานกับคนมาเลเซียตั้งแต่เด็กทำให้ไม่มีบัตร เมื่อสามีเสียชีวิตจึงต้องพาลูกกับตัวเองกลับมาอยู่เมืองไทย ทำให้พี่ชายต้องเป็นคู่เทียบในการตรวจ DNA





''การตรวจ DNA เป็นการพิสูจน์ที่แน่นอนที่สุด เพราะว่า การได้สัญชาติไทยโดยสายเลือดเป็นเอกสิทธิ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่แต่ละคนควรจะได้ ซึ่งการแก้ปัญหาตรงนี้มันจะรัดกุม เพราะเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์''


นายธีรุตม์  กล่าวอีกว่า การเปิดให้ประชาชนใน 5จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถมาลงทะเบียนตรวจ DNA ในวัน 7-8 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมานั้น ได้มีประชาชนเดินทางมาลงทะเบียนตรวจ DNA ที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ประมาณ 385 คน โดยวันแรก 185 คน วันที่สองประมาณ 200 คน ซึ่งในวันที่ 4-5 สิงหาคม 2561 จะดำเนินการ ตรวจที่นราธิวาส ได้มีผู้ลงทะเบียนไว้แล้ว ประมาณ 240 คน และจากการประชาสัมพันธ์ข่าวสารโครงการจัดเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อแก้ไขปัญหาบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรหรือไร้สัญชาติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปนั้น ทำให้มีประชาชนแจ้งเข้ามาผ่านอำเภอด้วย คาดว่า จะมีผู้ที่สนใจเข้ามาลงทะเบียนเพิ่มเติมอีก และครั้งสุดท้ายจะกลับมาตรวจที่ ศอ.บต. อีกครั้ง ประมาณ 380 คน นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดโอกาสให้กับคนไทยที่อยู่ในมาเลเซีย ที่ได้แจ้งความประสงค์ตรงนี้ประมาณ 120 คน ทำการตรวจในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ที่ สถานกงสุลใหญ่ โกตาบารูประเทศมาเลเซียด้วย


''ในปีนี้ ศอ.บต.ตั้งเป้า 1,000 คน คือ คนที่ต้องการบัตรประชาชน 500 คน และอีก 500 คนคือคู่เทียบ เช่น แม่ 1 คน มีลูก 3 คน ซึ่งลูก 3 คนใช้แม่เป็นคู่เทียบคนเดียวกัน หลังจากที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ทางโรงพยาบาล ม.อ. จะรายงานผลกลับมาให้ทาง ศอ.บต. และศอ.บต.จะส่งหลักฐานการพิสูจน์ไปยังอำเภอ เพื่อให้คนเหล่านี้นำหลักฐานไปแจ้งยังอำเภอให้ดำเนินการนำชื่อเข้าในทะเบียนบ้าน และออกบัตรประชาชนให้''


นายธีรุตม์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อดำเนินการทุกขั้นตอนแล้วเสร็จ ศอ.บต.จะทำหนังสือรายงานไปยัง นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯและปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อรายงานผลการจัดเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ดังกล่าวให้ทราบด้วย สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น ตนเห็นควรจะมีการแก้ปัญหาใน 2 มิติ คือ มิติแรกเราต้องแก้ปัญหาของคนที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ประมาณ 13,905 คน ซึ่งต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะคนเหล่านี้ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐานอื่นๆได้ รวมทั้งไม่มีพยานบุคคลที่จะมายืนยันได้  มิติที่ 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำการประชาสัมพันธ์ โดยต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ของตนเอง เพื่อป้องกันเหตุใหม่หรือคนที่จะเกิดขึ้นมาใหม่ต้องมีการรณรงค์ ทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้นำลูกมาแจ้งเกิด เพื่อให้มีสูติบัตร การที่เราดำเนินการดังกล่าว เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุใหม่ และแก้ของเก่าที่ยังค้างให้หมด


โดยเรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการแก้ปัญหาคนไทยตามแนวตะเข็บชายแดนที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีที่ทรงมีรับสั่งเมื่อปี 2559 และได้มีการดำเนินการแก้ปัญหาที่มาเลเซียใน ปี 2560 จำนวน 74 คน จนกระทั่งตนได้มารับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารงานยุติธรรมจึงได้มีการหารือกับ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (กรมการปกครอง) ทำให้ทราบว่า กรณีคนไทยที่ไม่มีสัญชาติไทย ตามราชกิจจานุเบกษาของกรมปกครอง ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา และสตูล พบมีจำนวน 13,905 คน  โดยที่ผ่านมาเราได้มีการหารือมาเป็นลำดับ และคิดว่า ปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องดำเนินการแก้ไข ซึ่งจากการได้ประชุมเชิงปฏิบัติการณ์กับปลัดอำเภอที่รับผิดชอบงานทะเบียน ใน 37 อำเภอ รวมถึงเทศบาล มีกรณีคนไทยที่ไร้สัญชาติ ไม่ได้สัญชาติไทยจำนวนมาก ทำให้เขาขาดสิทธิพื้นฐาน และเกี่ยวข้องกับการอำนวยความเป็นธรรมให้กับประชาชนด้วย





''หากเขาไม่มีบัตรประชาชน เขาก็จะไม่มีสิทธิพื้นฐานต่างๆตามรัฐธรรมนูญไทย เช่น สิทธิเรื่องการศึกษา สิทธิด้านการรักษาพยาบาล เขาจะไม่ได้รับ ซึ่งผมมองว่า การแก้ปัญหาตรงนี้จะทำให้เกิดความเป็นธรรมให้กับสังคมมากขึ้น''


นายธีรุตม์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้เราต้องขับเคลื่อนกิจกรรมดังกล่าวให้สำเร็จนั้น ทั้งจากนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และการเป็นคนที่ไม่มีตัวตนในโลกนี้ ไม่มีสถานะที่จะสามารถระบุได้ว่า เป็นประชาชนของประเทศไหน ซึ่งหนักกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับชาวโรฮิงญา ที่เรายังรู้ว่า เป็นคนพม่าที่อพยพ แต่คนเหล่านี้ไม่สถานะในประเทศไหนเลย ศอ.บต.จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวให้สำเร็จ


ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาให้กับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรหรือไร้สัญชาตินั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการบูรณาการจากหลายหน่วยงาน เพราะมีความเกี่ยวข้องกับมิติทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะ5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของแรงงาน และ ทำให้มีบุคคลไม่มีสัญชาติใน 5 จังหวัด มากถึง 13,905 คน นับเป็นผลพวงของปัญหาที่สะสมมานานกว่า 50 ปี


''การดำเนินการตรวจ DNA อาจจะไม่เห็นผลในทันที แต่ที่เราทำก็จะทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับรู้สิทธิขั้นพื้นฐานที่เขาพึงมีและพึงจะได้ รวมทั้งกระตุ้นให้หน่วยงานต่างๆเห็นความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวด้วย'' นายธีรุตม์ กล่าวทิ้งท้าย.

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง