ข่าวหาดใหญ่-สงขลา-สงขลาทูเดย์,songkhlatoday.com

ข่าวหาดใหญ่-สงขลา-สงขลาทูเดย์

  • pdapda

ข่าวหาดใหญ่ - สงขลา

เชื่อมผังเมืองสงขลา-หาดใหญ่ เปิดลายแทงแหล่งอุตฯ-ทำเลทอง

by Focus Team @11-10-2549 13.01 ( IP : 61...119 ) | Tags : ข่าวหาดใหญ่ - สงขลา

เชื่อมผังเมืองสงขลา-หาดใหญ่ เปิดลายแทงแหล่งอุตฯ-ทำเลทอง



หอฯสงขลา รับหน้าเสื่อตั้งเวทีประสาน 2 ผังเมือง รวมจังหวัดสงขลากับเมืองหาดใหญ่ วาดหวังเชื่อมโยงทิศทางการพัฒนาหาดใหญ่-สงขลา สู่การเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ เปิดร่างผังเมืองระดับจังหวัดในข้อเสนอการใช้ที่ดินมีการกำหนด “กลุ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่” รองรับความเป็นแหล่งอุตสาหกรรม ที่ต่อเนื่องจากโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย และโรงไฟฟ้าสงขลาแห่งใหม่ พ่วงด้วยการสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ รับแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล ในใต้ตอนล่าง ด้านร่างผังเมืองหาดใหญ่วางทิศทางชัดความเป็นเมืองศูนย์กลาง ที่ต้องการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เผย เข้าทางกลุ่มทุนทั้งระดับชาติและท้องถิ่นที่กว้านซื้อที่ดินดักรอความเจริญไว้แล้ว
      เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ฝ่ายประสานงานเครือข่ายผังเมืองสงขลา ได้จัดประชุมเพื่อหารือการเตรียมเวทีรับฟังและเสนอความคิดเห็น “ทิศทางการพัฒนา หาดใหญ่-สงขลา สู่การเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ ภายใต้โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา และโครงการปรับปรุงผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม ระหว่างเวลา 13.00-16.30 น.ณ ลานกิจกรรมชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าโอเดียน ชอปปิ้งมอลล์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
      นายสิทธิศักดิ์ ตันมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายผังเมืองสงขลา เปิดเผย ว่า นโยบายการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคได้ปรากฏตัวชัดเจนขึ้นในมาตรการผังเมือง และกำหนดให้สงขลาเป็นเมืองหลักของภาคใต้ โดยมีหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และในการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องจัดทำผังเมืองเป็นแผนผังชี้นำการพัฒนา
      ที่ผ่านมา องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา ได้ว่าจ้างให้บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา ขณะเดียวกัน กรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้ว่าจ้างให้บริษัท คอนซัลแตนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด เป็นที่ปรึกษาโครงการปรับปรุงผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่ ซึ่งได้มีการขยายพื้นที่เมืองหาดใหญ่ออกไปถึง 808 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ครอบคลุมพื้นที่อุทกภัยและปริมณฑลของเมืองหาดใหญ่ โดยจะมีมาตรการควบคุมและจำกัดการพัฒนาอย่างเข้มงวดในพื้นที่น้ำหลาก และส่งเสริมการเปิดพื้นที่ใหม่ให้เมืองขยายตัวไปสู่ที่เนิน
      “การจัดทำร่างผังเมืองของทั้ง 2 โครงการ ทำกันมาแบบคู่ขนาน การพิจารณาผังร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพจึงเป็นประเด็นสำคัญ เพื่อให้ผังเมืองรวมของทั้ง 2 โครงการ มีความสอดคล้องต้องกัน เราตระหนักที่จะให้ผลดีเกิดกับทุกฝ่าย จึงกำหนดจัดประชุมในครั้งนี้ เพื่อให้ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม นักลงทุน ผู้ประกอบการ ตลอดจนประชาชนผู้สนใจ ได้ร่วมรับฟังและเสนอความคิดเห็นว่า ทิศทางของเมืองหาดใหญ่และจังหวัดสงขลาโดยรวมในอนาคตจะเป็นอย่างไร ส่งเสริมกันหรือไม่ โดยเฉพาะการบังคับ การชี้นำและการสนับสนุน เพื่อไปสู่อนาคตความเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ต่อไป”


ด้าน นายชิต บันลือศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า หอการค้าในฐานะองค์กรกลางของภาคเอกชนในพื้นที่ จึงได้รับการเสนอให้เป็นองค์กรที่รับหน้าเสื่อในการจัดเวทีรับฟังและเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างผังเมืองทั้ง 2 ฉบับในครั้งนี้ ซึ่งเราก็ยินดี เพราะเป็นเรื่องที่หอการค้าเกี่ยวข้องโดยตรงอยู่แล้ว โดยเฉพาะในส่วนก็มีคณะอนุกรรมการลอจิสติกส์ของหอการค้า
        แผนการใช้ที่ดินในผังเมืองรวมสงขลา
      ในร่างผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา มีสาระที่น่าสนใจ ประกอบด้วย แผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดินเน้นการจัดการให้เหมาะสมกับศักยภาพและข้อจำกัดของพื้นที่ จากการวิเคราะห์พื้นที่ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อรองรับยุทธศาสตร์การพัฒนาในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับอนุภูมิภาค ระดับประเทศ ระดับภาค ระดับกลุ่มจังหวัดและระดับจังหวัด โดยกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในอนาคตได้ดังนี้
      1.ที่ดินประเภทชุมชน มีพื้นที่ประมาณ 780,330 ไร่ หรือร้อยละ 16.89 ซึ่งเพียงพอกับจำนวนประชากรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคตในอีก 20 ปีข้างหน้า ประมาณ 2 ล้านคน 2.ประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ประมาณ 7,414 ไร่ หรือร้อยละ 0.16 3.ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ประมาณ 2,066,964 ไร่ หรือร้อยละ 44.73 4.ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ประมาณ 309,110 ไร่ หรือร้อยละ 6.69
      5.ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การประมงและการท่องเที่ยว กำหนดไว้ในพื้นที่ระยะ 3 กิโลเมตร จากชายฝั่งอ่าวไทยโดยตลอด และพื้นที่ทะเลสาบสงขลา 6.ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ ประมาณ 192,755 ไร่ หรือร้อยละ 4.17 กำหนดไว้ในพื้นที่ซึ่งเป็นเขตป่าเศรษฐกิจ และ 7.ที่ดินประเภทสงวนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประมาณ 1,046,093 ไร่ หรือร้อยละ 22.64
      นอกจากนี้ พื้นที่ถนนในร่างผังเมืองรวมจังหวัดสงขลามีประมาณ 218,515 ไร่ หรือร้อยละ 4.73 ของพื้นที่ทั้งหมด


เจาะเขตเศรษฐกิจรับแหล่งอุตฯแห่งใหม่
      ในร่างผังเมืองรวมจังหวัดสงขลาฉบับนี้ ได้มีการนำเสนอร่างข้อเสนอแนะด้านการใช้ที่ดินระดับกลุ่มอำเภอไว้ด้วย 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ประกอบด้วย อ.ระโนด อ.สทิงพระ อ.กระแสสินธุ์ และ อ.สิงหนคร 2.กลุ่มศูนย์กลางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย อ.เมืองสงขลา อ.หาดใหญ่ อ.คลองหอยโข่ง อ.นาหม่อม และ อ.สะเดา 3.กลุ่มบริการด้านขนส่งสินค้า ประกอบด้วย อ.สิงหนคร อ.รัตภูมิ อ.ควนเนียง และ อ.บางกล่ำ และ 4.กลุ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ประกอบด้วย อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย และ อ.นาทวี
      สำหรับข้อเสนอแนะด้านการใช้ที่ดินระดับกลุ่มอำเภอ ดูจะสอดรับกับศักยภาพการพัฒนาพื้นที่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมถึงทิศทางการที่จะถูกชี้นำการพัฒนาในอนาคตอย่างลงตัวด้วย โดยกลุ่ม 1-3 หากดูพัฒนาการจากในอดีตและอนาคต แทบจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย แต่สำหรับกลุ่มที่ 4 คือ กลุ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ ดูเหมือนจะเพิ่งเป็นครั้งแรกที่ถูกบรรจุไว้ในการจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา
      เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่น่าจะเกิดจากแรงขับดัน เพื่อรองรับการพัฒนาของภาครัฐและเอกชนที่ได้มีการลงทุนในพื้นที่ไปแล้วจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีการก่อสร้างท่อก๊าซเชื่อมไปยังฝั่งประเทศมาเลเซียแล้ว และมีการตั้งโรงแยกก๊าซขนาดใหญ่ในพื้นที่ด้วย อีกทั้งยังตามมาด้วยโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าสงขลาแห่งใหม่ ซึ่งจะใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติจากโรงแยกแห่งนี้นั่นเอง
      ไม่เพียงเท่านั้น กลุ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ดังกล่าวยังมีการกำหนดพื้นที่ที่มีแนวโน้มในการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ไว้อย่างชัดเจนในท้องที่ชายฝั่งของ อ.จะนะอีกด้วย และหากพิจารณาการพัฒนาในระดับกลุ่มจังหวัด ก็จะพบว่า ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสะพานเศรษฐกิจ (แลนด์บริดจ์) สงขลา-สตูล ซึ่งขณะนี้ชายฝั่งทะเลอันดามันที่สตูล ก็กำลังมีโครงการศึกษา เพื่อทำท่าเรือน้ำลึกเช่นกัน ขณะที่การเชื่อมระบบถนนและท่อต่างๆ ก็กำลังศึกษากันอยู่
      จึงเป็นไปได้อย่างยิ่งว่า กลุ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ในร่างผังเมืองรวมจังหวัดสงขลานี้ ต่อไปในอนาคตจะเป็นแหล่งรวมของบรรดาอุตสาหกรรมแห่งใหม่นั่นเอง ซึ่งจะตามมากับท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซ ไทย-มาเลเซีย และโรงไฟฟ้าสงขลา แม้ในรายละเอียดการใช้ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้าจะไม่ระบุให้มีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเกิดขึ้นก็ตาม
        เปิดลายแทงขุมทรัพย์ในผังเมืองหาดใหญ่
      สำหรับร่างผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่นั้น มีแนวความคิดหลักของการจัดทำผังเมืองรวมครั้งนี้อยู่ที่ การกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ ที่มีการขยายพื้นที่ออกไปจากเขตเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นรัศมีเป็นวงกว้าง โดยครอบคลุมไปถึงพื้นที่ของอำเภอใกล้เคียงของหาดใหญ่โดยรอบด้วย ไม่ว่าจะเป็น อ.เมืองสงขลา อ.ควนเนียง อ.นาหม่อม อ.บางกล่ำ และ อ.คลองหอยโข่ง รวมแล้วกินเนื้อที่ประมาณ 808 ตารางกิโลเมตร
      ที่ต้องนับเป็นหัวใจของการจัดทำร่างผังเมืองหาดใหญ่ครั้งนี้ คือ เป็นการขยายพื้นที่ครอบคลุมเขตอุทกภัยในพื้นที่ปริมณฑลของเมืองหาดใหญ่ ซึ่งจะมีมาตรการสนับสนุน หรือควบคุม หรือจำกัดการใช้ที่ดินบางประเภทตามมา เน้นการพัฒนาอย่างเข้มงวดในพื้นที่น้ำหลาก ขณะเดียวกันก็จะหนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยการเปิดพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อให้เมืองขยายตัวไปสู่พื้นที่บนเนินหรือไหล่เขา


ทั้งนี้ หากพิจารณาจากแผนผัง แสดงการใช้ที่ดินในอนาคตของผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่แล้วจะพบว่า พื้นที่ดินเป็นแนวยาวและเป็นวงกว้าง 2 ฟากฝั่งคลอง โดยเฉพาะคลองอู่ตะเภาและคลองสาขา จะถูกกำหนดให้เป็นที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ซับน้ำในฤดูน้ำหลากนั่นเอง ซึ่งจะถูกมาตรการบังคับและควบคุมเข้มข้นเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้าง โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างบ้านจัดสรร เป็นต้น
      ดังนั้น ตามแผนผังการใช้ที่ดินในร่างผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่ฉบับใหม่ ทำเลทองของนักพัฒนาที่ดินจึงอยู่ที่พื้นที่ที่เป็นเนิน โคก หรือไหล่เขา อาทิ ที่ดินรอบๆ สนามบินหาดใหญ่ ที่ดินใน อ.บางกล่ำใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ (ฉลุง) ที่ดินย่าน ต.ควนลัง ต.น้ำน้อย เป็นต้น
      กลุ่มทุนจมูกไวกว้านที่ดินทำเลทอง
      จากการสำรวจของ “ผู้จัดการรายวัน” พบว่า หากนำร่างผังเมืองรวมของทั้ง 2 ฉบับ มาพิจารณาถึงที่ดินที่จะเป็นทำเลทองในอนาคตแล้วจะพบว่า ที่ผ่านมามีกลุ่มทุนทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และข้ามชาติ ต่างก็ได้กว้านซื้อที่ดินในแหล่งทำเลทองไปแล้วจำนวนมหาศาล
      ที่ดินในกลุ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ในร่างผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะที่ดินรอบๆ ที่ตั้งโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย และโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าสงขลานั้น ว่ากันว่า กลุ่ม TPI เจ้าของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขนาดใหญ่ได้กว้านซื้อที่ดินย่านนี้ไว้แล้วกว่า 2 พันไร่ ขณะที่กลุ่มทุนในคราบนักการเมืองทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ รวมถึงกลุ่มทุนที่เป็นแกนหลักขององค์กรภาคเอกชนในสงขลา ที่ผ่านมา ก็มีที่ดินอยู่ในย่านนี้จำนวนมากเช่นกัน นอกจากนั้นกลุ่มทุนยักษ์อุตสาหกรรมจากมาเลเซียก็มีการกว้านซื้อที่ดินย่านนี้ไปบ้างแล้วด้วย
      ด้านที่ดินทำเลทองที่อยู่บนเนินสูงในร่างผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่ ว่ากันว่า ในพื้นที่รอบๆ นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ คาบเกี่ยวกับบริเวณสนามบินหาดใหญ่ ที่ผ่านมากลุ่มแกนนำองค์กรภาคเอกชนในพื้นที่ได้รวมตัวกันกว้านซื้อไว้แล้วจำนวนมาก นอกจากนี้ กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ท้องถิ่นอย่าง กลุ่มบ้านซูซูกิ ก็ได้มีการพัฒนาในย่านนี้ไปแล้ว อาทิ สนามกอล์ฟและการจัดสรรที่ดินขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีพื้นที่เหลือที่จะสามารถทำโครงการในอนาคตได้อีกด้วย

Relate topics