ข่าวหาดใหญ่-สงขลา-สงขลาทูเดย์,songkhlatoday.com

ข่าวหาดใหญ่-สงขลา-สงขลาทูเดย์

  • pdapda

ข่าวหาดใหญ่ - สงขลา

ปธ.มูลนิธิอิสลามฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ช่วยเหลือ ร.ร.เอกชนสอนศาสนาอิสลาม

by Focus Team @16-11-2549 16.28 ( IP : 61...19 ) | Tags : ข่าวหาดใหญ่ - สงขลา

ประธานมูลนิธิอิสลามเพื่อการศึกษาโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ นำหนังสือสรุปผลสภาพปัญหาและการบริหารและจัดการโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม “สุรยุทธ์ จุลานนท์” รวม 7 ข้อ อาทิ การปรับลดข้าราชการครู, เก็บค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียนเอกชน, แก้ไขกฎระเบียนการลงโทษนักเรียน-นักศึกษาซึ่งขาดคุณธรรม จริยธรรมอย่างรุนแรง ทำให้การจัดการศึกษาไม่ประสบผลสำเร็จ และการพิจารณาขอรับเงินอุดหนุนของครูผู้สอนวิชาอิสลามศึกษา

      วันนี้ (16 พ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ นายอูมาร์ ตอยิบ อดีตดาโต๊ะยุติธรรม, รองประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส และประธานมูลนิธิอิสลามเพื่อการศึกษาโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ ได้นำหนังสือสรุปผลสภาพปัญหาและการบริหารและจัดการโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เสนอต่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้รับทราบเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามกำลังประสบใจขณะนี้ โดยมีใจความดังนี้
      1.การปรับลดข้าราชการครู ตั้งแต่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมอบให้โรงเรียนเอกชนอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในระดับจังหวัด โดยเขตพื้นที่การศึกษาให้ข้าราชการพื้นที่การศึกษาให้ข้าราชการครู สช. เดิมซึ่งเป็นภรรยา ลูก หรือญาติของเจ้าของโรงเรียนตามนโยบายเดิมย้ายไปปฎิบัติงานในโรงเรียนของรัฐบาลให้หมดสิ้นภายใน 3 ปี

      ทั้งที่ ได้ทำข้อตกลงระหว่างเจ้าของโรงเรียนและกระทรวงศึกาธิการใน พ.ศ.2543 ว่ากรณีโรงเรียนใดต้องการครู สช.อยู่ทำการสอนในโรงเรียนใด ผู้รับใบอนุญาตต้องยินยอมให้ผู้อนุญาตหักเงินอุดหนุนทุกเดือนตามวุฒิปริญญาตรีขั้นต่ำตามจำนวนครู สช.ที่ทำการสอนในโรงเรียนนั้นๆ และได้ปฎิบัติตามนั้นด้วยดีตลอดมาจนเดือนพฤศจิกายน 2549 นี้
      จากการปฏิบัติของสำนักงานเขตพื้นที่ดังกล่าว ทำให้การบริหารการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามต้องกระทบอย่างรุนแรง ส่วนข้าราชการครูมีความวิตกกังวล สับสนในตำแหน่างหน้าที่ของตน และเกิดความไม่แน่นอนในอนาคต ทำให้รู้สึกหมดกำลังใจในการทำงาน เพราะตนต้องจากโรงเรียนที่ช่วยพัฒนามาเป็นเวลานานกว่า 15 ปีมาแล้ว บางคนมากกว่านั้น บางคนเป็นภรรยาหรือลูกเจ้าของโรงเรียน
      จึงขอให้ ฯพณฯ ได้โปรดพิจารณาระงับการย้ายข้าราชการครูไว้ก่อน และให้ข้าราชการครูดังกล่าวสามารถปฎิบัติหน้าที่ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามเดิมต่อไป ตามที่ได้ตกลงระหว่างเจ้าของโรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2543 และให้ข้าราชการครูดังกล่าวมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ เหมือนกับข้าราชการครูที่ปฎิบัติหน้าที่ในโรงเรียนของรัฐบาลทุกประเภท ยกเว้นกรณีเจ้าของและครูพอใจให้ออก
      2.ตามที่สำนักบริหารงานคณะกรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้ประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการขออนุญาตเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าธรรมเนี่ยมอื่นของโรงเรียนเอกชนตามมาตรา 15 (1) และมาตรา 15 (3) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 สำหรับปีการศึกษา 2549 ไปแล้วนั้น
      ในการนี้ ทางโรงเรียนเอกชนสามัญและสอนศาสนาอิสลาม มีผลกระทบต่อการบริหารงานเป็นอย่างมาก ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการประกาศดังกล่าว โดยเฉพาะในหัวข้อ 1.2.2 เป็นนักเรียนที่มีบิดา มารดา หรือมารดา ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจการปกครอง หรือในกรณีที่ไม่มีทั้งบิดา มารดา ให้ผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีรายได้ของครอบครัวรวมกันปีละไม่เกิน 150,000 บาท โดยให้มีผลบังคับใช้สำหรับนักเรียนที่เข้าเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 เป็นต้นไป ทำให้โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ ขาดรายได้ปีละ 1,1000,000 กว่าบาท และหัวข้อ 1.2.3 สำหรับนักเรียนที่ไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 1.2.2 ให้มีสิทธิได้รับการอุดหนุนตามกฎระเบียนที่เกี่ยวข้อง
      หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการอุดหนุนและส่งเสริมโรงเรียนเอกชนเป็นบัตรค่าเล่าเรียน พ.ศ. 2548 ตามประกาศดังกล่าว เห็นว่าอาจจะขัดต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 10 ที่มีความว่า การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
      การจัดการศึกษาอบรมของรัฐต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน ทั้งนี้ตามกฎหมายบัญญัติ ดังนั้น จึงขอให้สำนักบริหารงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โดยใช้ระเบียนเงินอุดหนุนเดิมไปก่อน หรือขอให้ใช้ฉบับใหม่ที่มีการแก้ไขฉบันนี้ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการชุดก่อนไม่ทันได้ลงนาม
      3.ตามที่โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ และโรงเรียนสวนสวรรค์วิทยา ซึ่งอยู่ในความดูแลของมูลนิธิอิสลามเพื่อการศึกษาขอเปิดสอนโครงการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษ ยื่นต่อสำนักบริหารงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชนไปแล้วนั้น
      ทั้งนี้โรงเรียนทั้ง 2 โรงได้ปฎิบัติตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ ว.ก.1065/2544 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2544 เรื่องการใช้นโยบายหลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 และเขตพื้นที่ได้ตรวจสอบเสร็๗แล้ว และได้ส่งเรื่องราวไปยังกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาอนุมัติ แต่จนกระทั่งปีการศึกษาปัจจุบัน ซึ่งเป็นปีที่ 4 แล้วยังไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติจากสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่โรงเรียนทั้ง 2 ได้ดำเนินการเหมือนกันโรงเรียนที่ได้รับอนุมัติแล้วเกือบทุกประการ
      4.ระเบียบว่าด้วยการจ้างครู พ.ศ.2546 เป็นระเบียบที่ให้ความคุ้มครองลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงความเสียเปรียบของนายจ้าง เช่น เมื่อครูหรือลูกจ้างจะออกจากโรงเรียนให้แจ้งล่วงหน้าต่อผู้บริหารหรือผู้จ้างอย่างน้อย 1 เดือน แต่หากครูหรือลูกจ้างออกก่อนเวลาที่แจ้งไว้ ผู้บริหารหรือผู้ว่าจ้างไม่สามารถเอาผิดกับครูหรือลูกจ้างได้ เพราะไม่ได้กำหนดบทลงโทษไว้ในระเบียบ แต่เมื่อผู้ว่าจ้างเลิกจ้างโดยวิธีใดก็ตาม ผู้ว่าจ้างต้องให้ค่าชดเชยกับลูกจ้างถึง 3 เดท่า และ 4-7 เท่าของเงินเดือนๆ สุดท้าย ซึ่งถือว่าไม่มีความยุติธรรมสำหรับผู้บริหารหรือผู้ว่าจ้าง และก่อให้เกิดความเสียหาต่อการเรียนการสอน มิฉะนั้นต้องขึ้นศาลแรงงานหรือศาลแพ่ง
      5.เพื่อให้โรงเรียนเอกชนสามัญทุกระดับและเอกชนสอนศาสนาทุกประเภทมีความคล่องตัวในการจัดการศึกษา มีคุณภาพและประสิทธิภาพขอให้มีแท่งต่างหาก และใหสำนักงานการศึกษาเอกชนทั้งระดับกระทรวง กรุงเทพมหานคร จังหวัด และอำเภอ ดังที่โรงเรียนอาชีวศึกษา และโรงเรียนสามัญที่กำลังดิ้นรนให้มีแท่งต่างหาก
      6.การลงโทษนักเรียน ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ.2543 การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติผิด หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษา หรือกระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงทบวง การลงโทษดังกล่าวยังไม่เหมาะสมกับเหตุการณ์ในสภาพปัจจับัน ทำให้นักเรียนหรือนักศึกษามีพฤติกรรมก้าวร้าวมากยิ่งขึ้น ไม่สนใจคำว่ากล่าวตักเตือนของครู และไม่ให้ความเคารพต่อครูผู้สอน ตลอดจนขาดคุณธรรมและจริยธรรมอย่างมาก ทำให้การจัดการศึกษาในปัจจุบันไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนนหรือนักศึกษาเสียใหม่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพสังคมในปัจจุบัน
      7.ขอให้ยกฐานะของบุคลากรโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานควบคู่กับหลักสูตรอิสลามศึกษา ทางโรงเรียนจึงจำเป็นต้องมีครูผู้สอนทั้ง 2 หลักสูตรซึ่งมีความสำคัญเท่าเทียมกัน แต่ทางรัฐบาลให้การอุดหนุนเฉพาะการสอนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น ส่วนหลักสูตรอิสลามศึกษาไม่ได้รับเงินอุดหนุนแต่อย่างใด ทำให้ครูผู้สอนวิชาอิสลามศึกษาได้รับสิทธิไม่เท่ากันกับครูสอนวิชาสามัญ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาให้เงินอุดหนุนโดยคำณวนค่าใช้จ่ายสำหรับบุคลากรที่ทำการสอนใน 2 หลักสูตรให้เท่าเทียมกัน หรือบรรจุครูทั้งบ 2 ประเภท (ครูที่ได้รับการบรรจุอย่างถูกต้องตามระเบียบแล้ว ทั้งที่สอนวิชาสมัญและวิชาศาสนาและผู้บริหารทุกตำแหน่ง รวมถึงบุคลากรทางการศึกษาอื่นในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม) เป็นพนักงานราชการ
      ทั้งขอให้คงเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดให้การอุดหนุนเดิม เนื่องจากเท่าที่ทราบค่าของเงินที่รัฐบาลมอบเป็นเงินอุดหนุนโรงเรียนเอกชนเป็นค่าของเงินใน พ.ศ.2545 ในขณะที่รัฐคิดค่าใช้จ่ายในโรงเรียนของรัฐ เป็นค่าของเงินใน พ.ศ.2549 หรือ 2550 ทั้งนี้ เพื่อให้ทางโรงเรียนเอกชนสามารถพัฒนาสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนให้มีคุณภาพและทันสมัย
      เพื่อให้โรงเรียนเอกชนมีคุณภาพการและประสิทธิภาพการศึกษามากยิ่งขึ้น และขอให้มีกฎระเบียบที่ให้อำนาจโรงเรียนเอกชนเสนอความดีความชอบของพนักงานราชการ กำกับดูแลให้ปฎิบัติงานในหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเสนอให้บรรจุ หรือพ้นจากสภาพการเป็นพนักงานราชการ เป็นต้น การที่จะให้ครูเป็นพนักงานราชการนั้น รวมถึงโรงเรียนเอกชนสามัญใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย โดยให้ขึ้นอยู่กับความสมัคใจของสถานศึกษา ลงท้ายจดหมายควรไม่ควรแต่จะพิจารณา
จาก      ผู้จัดการออนไลน์


Relate topics

Comment #1
โรงเรียนสีขาว
Posted @21-06-2550 19.34 ip : 203...251

อยากให้โรงเรียนเข็มงวดเกี่ยวกับ เด็กนักเรียนที่พักที่หอ  เพราะมีปัญหาโลกแตก ในช่วง 17.00-20.00 น.โดยไม่ทราบไปไหน ควรระวัง เรื่องอะไรสืบได้