สงขลาทูเดย์, สำนักข่าวโฟกัส, ข่าว สงขลา หาดใหญ่ ทั่วใต้, songkhlatoday

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • 20ปีโฟกัส

พากิน-พาเที่ยว

ป่าพรุท่าปอมคลองสองน้ำ

by Focus Team @27-04-2553 11.56 ( IP : 58...60 ) | Tags : พากิน-พาเที่ยว
  • photo  , 350x237 pixel , 44,903 bytes.
  • photo  , 300x225 pixel , 30,121 bytes.
  • photo  , 640x370 pixel , 152,477 bytes.
  • photo  , 320x213 pixel , 35,067 bytes.

ป่าพรุ ท่าปอมคลองสองน้ำ

ตั้ง อยุ่ที่ ต.เขาคราม อ. เมือง อยุ่ในความดูแลของ อบต.เขาคราม  เป็นแหล่งศึกษาเชิงนิเวศวิทยา เพื่อเรียนรู้ความสมบูรณ์ของธรรมชาติทั้งในแง่ของทางน้ำใต้ดิน และพืชพรรณที่สามารถเติบโตได้ทั้งในน้ำและบนดิน  คลองสองสายน้ำมีลักษณะพิเศษคือ ลำคลองมีทั้งช่วงที่น้ำจืดสนิท และช่วงที่มีน้ำกร่อย  เมื่อน้ำทะเลลด น้ำในคลองจืดสนิท ยามน้ำทะเลขึ้นก็เปลี่ยนเป็นคลองน้ำเค็ม ได้ลำธารที่ใสสะอาดราวกระจก อุดมไปด้วยหญ้าทะเลเขียวสดงอกงามจำนวนมาก  ทำให้สามารถพายเรือแคนู ในคลองสองน้ำได้  หรือใช้เส้นทางเดินธรรมชาติ ซึ่งผ่านป่าพรุน้ำจืดและรอยต่อป่าสองถิ่น ตลอดแนวลำคลอง ความยาวประมาณ 700 เมตร ตลอดทางเดินนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความงามของพื่ชวงศ์ปาล์ม เช่น มะพร้าว ตาล อ้อและต้นหมากชนิดต่างๆ รวมถึงระกำ หวาย ชมพู่น้ำ โกงกาง และผักพื้นบ้านนานาชนิด
คลองสองน้ำ

    คลองสองน้ำ เป็นคลองที่เกิดจากลักษณะพิเศษของระบบนิเวศ ที่ในช่วงขึ้น 12 ค่ำไปจนถึง แรม 5 ค่ำ ที่น้ำทะเลหนุนขึ้นสูงซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เรียกกันว่า?น้ำใหญ่?นั้น น้ำทะเลจะหนุนสูงลึกเข้ามาในคลองท่าปอมถึงศาลาเล่นน้ำและผสมกับน้ำจืดในคลอง ท่าปอมกลายเป็นคลองน้ำกร่อยที่มีสีฟ้าค่อนข้างขุ่น     แต่ว่าก็เป็นช่วงเวลาไม่นาน เพราะหลังจากนั้นน้ำทะเลก็จะลง และถูกแทนที่ด้วยน้ำจืดที่ใสแจ๋ว ซึ่งไม่ได้เกิดจากการที่มีคนไปช่วยกันแกว่งสารส้มแต่อย่างใด แต่ว่าเกิดจากการที่ลำธารสายนี้มีต้นกำเนิดจากเขาหินปูนที่มีสารแคลเซียม คาร์บอเนตที่มีคุณสมบัติในการจับตะกอนและสารแขวนลอยให้จมตัว     เมื่อสายน้ำไหลผ่านหินปูนเจ้าสารตัวนี้ก็จะละลายปนมาพร้อมกับจับสารแขวน ลอยไหลไปจมตัวในน้ำนิ่ง น้ำในลำคลองท่าปอมจึงใสไหลเย็นมองเห็นตัวปลาและพืชใต้น้ำได้อย่างชัดเจน แต่ว่าในน้ำจืดที่รสจืดสนิทกลับไม่เหมาะสมต่อการดื่มด้วยประการทั้งปวง เนื่องจากว่ามีหินปูน เมื่อดื่มกินเป็นประจำนิ่วถามหาแน่นอน
เพราะฉะนั้นน้ำจืดที่คลองสองน้ำแห่งป่าท่าปอมจึงเหมาะที่จะเดินชมความ งามมากกว่า เพราะยามที่สายน้ำจืดที่ใสแจ๋วแหววต้องแสงแดด จะส่งประกายระยิบระยับราวแก้วผลึก โดยบางช่วงใต้ท้องน้ำจะงดงามด้วยสีเขียวสดจากพืชใต้น้ำที่มองเห็นได้อย่าง ถนัดถนี่ตา ส่วนบางช่วงก็ดูเพลินตาด้วยฝูงปลาที่แหวกว่ายทวนสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ โดยความงามของทั้งสายน้ำจืดและสายน้ำกร่อยนั้น เราๆท่านๆสามารถเดินชมความงามได้ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทาง อบต.เขาคราม สร้าง ขึ้นเป็นวงรอบในระยะทาง 700 เมตร ซึ่งนอกจากคลองสองน้ำแล้ว ป่าท่าปอมก็ยังมีป่าธรรมชาติถึง 3 ป่า ให้เลือกชมในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติโดยไม่ต้องเดินลุยเข้ารกเข้าป่าแต่ ประการใด
    สำหรับป่าชนิดไหนมีลักษณะอย่างไรว่าหากมาเดินในเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ ป่าท่าปอมแม้ว่าจะไม่ใช่กูรูเรื่องป่า แต่ว่าก็น่าจะสังเกตไม่ยาก เนื่องจากว่าป่าแต่ละประเภทต่างก็มีลักษณะเด่นแตกต่างกันออกไป โดย ป่าชายเลน จะเห็นเป็นจุดแรกตั้งแต่ก่อนเข้าสู่เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งจะเห็นรากของต้นโกงกางที่เป็นดังพระเอกของป่าชายเลนขึ้นโชว์รากระโยง ระยางอยู่ทั่วไป
    และเมื่อเดินไปทางขวาบนสะพานประมาณ 20 เมตร ก็จะได้เห็น ป่าพรุน้ำจืด ที่เป็นป่าหาดูได้ยาก โดยป่าพรุท่าปอมมีลักษณะต่างจากป่าพรุทั่วไป คือเป็นป่าพรุบนดอนที่น้ำไม่ท่วมขังเหมือนป่าพรุอื่นๆ แต่ว่าใครอย่าเผลอลงไปเดินในป่าพรุเข้าให้หละ เพราะดินแฉะๆที่ดูไม่น่าลึกไหร่ แต่ว่าหากลงไปเดินก็จะจมไปครึ่งค่อนตัวทีเดียว ซึ่งทางที่ดีควรเดินชมเสน่ห์ของป่าพรุบนสะพานนั่นแหละดีที่สุด
    สำหรับพืชพันธุ์ที่เด่นแห่งป่าพรุท่าปอมก็คงจะไม่มีอะไรเกิน ตังหนใบเล็ก (วงศ์ GUTTIFERAE) ไม้ยืนต้นขนาดกลาง ที่มีรากรูปร่างพิลึก คือเป็นรากที่ดูคล้ายหัวเขาที่งอพับ โผล่พ้นพื้นดินขึ้นมาประมาณ 20 เซนติเมตรดูปแปลกตาน่ามอง จากป่าพรุเมื่อเดินผ่านบรรยากาศอันชวนมองก็จะเข้าสู่บรรยากาศของ ป่าดิบชื้น ที่ลักษณะของป่านี้ก็สังเกตไม่ยาก เพราะ 2 ป่าที่ผ่านมาจะเป็นป่าที่ส่วนมากเป็นต้นไม้เล็กๆและเป็นป่าโปร่ง แต่ว่าพอเข้าเขตป่าดิบชื้นจะสัมผัสได้ถึงต้นไม้อันร่มครึ้มที่เต็มไปด้วยไม้ ยืนต้นขนาดใหญ่
      ของดีที่ผืนป่าท่าปอมยังไม่หมดแค่นี้ เพราะที่นี่ยังมีเสน่ห์ของรากไม้ให้ชวนมองอยู่ทั่วไปตามริมตลิ่งสองฝั่งคลอง โดยรากของต้นไม้หลายประเภทจะปรับตัวด้วยการโผล่รากขึ้นมาหายใจ ในลักษณะเลาะเลี้ยวเคี้ยวโค้งเกี่ยวกวัดรัดกันไปมาดูสวยงามแปลกตาน่ามอง โดยรากของตนไม้ที่พบมากก็เห็นจะหนีไม่พ้นรากของต้นชมพู่น้ำ ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้ใช่แค่มีรากที่มีเสน่ห์ แต่ว่ายามที่ชมพู่น้ำออกดอกก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เพราะว่าแต่ว่าดอกของชมพู่น้ำที่มีช่อสั้นๆมีเกสรตัวผู้สีขาวนวลดูเล็กฝอย ฟูฟ่องนั้นงามไม่เบาทีเดียว โดยเพาะยามที่ดอกชมพู่น้ำร่วงหล่นลงไปลอยในสายน้ำดูพลิ้วไหวนั้นน่าชมมากๆ
      และพวกรากไม้ต่างๆนี่แหละที่ถือเป็นจุดเกาะยึดอย่างดีของคนที่ลงไป เล่นน้ำ ซึ่งทางอบต.เขาครามเปิดบางช่วงให้นักท่องเที่ยวลงไปแหวกว่ายเล่นน้ำได้ แต่ว่าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ส่วนใครที่อยากสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแห่งป่าท่าปอมในความรู้สึก ที่แตกต่างไปจากการเดินชมบนสะพาน ก็สามารถพายเรือแคนูชมความงามของคลองสองน้ำและป่าท่าปอมได้
      นอกจากนี้ที่ป่าท่าปอมยังมีแก่งหินที่สีเหลืองคล้ายมัสตาร์ดที่เป็น ความมหัศจรรย์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง โดยแก่งหินเหลืองนี้เกิดจากหินดินดานทำปฏิกิริยากับอากาศจนเกิดเป็นโขดหินสี เหลืองทั่วไปในลำน้ำ เรียกได้ว่าในผืนป่าท่าปอมนี่มีธรรมชาติที่ชวนให้อัศจรรย์ใจอยู่มากหลาย ซึ่งคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผืนป่าท่าปอมคงความมหัศจรรย์มาถึงทุกวันนี้ก็ เพราะเรื่องราวตำนานอาถรรพ์ของผืนป่าแห่งนี้ โดยในอดีตย้อนไปเมื่อ 130 กว่าปีที่ผ่านมาป่าท่าปอมนับเป็นดินแดนอาถรรพ์น่ากลัวที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป แต่เมื่อ ?โต๊ะปอม? ?โต๊ะหมัน? และ ?นายกาแมะ? ผู้เก่งกล้าในวิชาอาคมได้มาบุกเบิกและอาศัยอยู่ที่ผืนป่าปอม ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยรุ่นต่อๆมาต่างก็เล่ากันว่ามักจะพบจระเข้ขาวปรากฏตัว อยู่เสมอในแอ่งน้ำของป่าท่าปอม พวกเขาเชื่อกันว่าจระเข้ขาวคือเจ้าที่ผู้มาปกปักรักษาป่าผืนนี้ให้คงความ อุดมสมบูรณ์
      สมัยก่อนชาวบ้านจะไม่ลงเล่นน้ำในวันเสาร์และอังคารเด็ดขาดเนื่องจาก เชื่อว่าจะทำให้เกิดอาเพศต่างๆ ส่วนชาวชุมชนก็ได้อาศัยสายน้ำเป็นเส้นทางออกหาปูปลาในทะเลนับจากอดีตเรื่อย มาถึงปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่ก็จะกลับเข้าฝั่งมาด้วยปูปลาที่เต็มลำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท้องน้ำในแถบนั้นยังคงความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก
      ณ วันนี้อาถรรพ์ของป่าท่าปอมถูกกระแสทุนนิยมกลบเลือนหายไป แต่ว่าความมหัศจรรย์ของป่าท่าปอมและคลองสองน้ำยังคงอยู่ ซึ่งก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งนักท่องเที่ยว ผู้ดูแลผืนป่าและคนในพื้นที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาผืนป่ามหัศจรรย์แห่งนี้ให้ อยู่คู่โลกไปตราบนานเท่านาน

Relate topics

Comment #1ป่าพรุ ท่าปอมคลองสองน้ำ ที่เขียนนี่อยู่จังหวัดอะไรอะคะ
เอ๊าะ
Posted @30-07-2553 15.52 ip : 113...6

:s

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง