พากิน-พาเที่ยว
ตามไปชิม ?ขนมดู? ในงานย้อนรอยวิถีไทย ที่ มรภ.สงขลา
ฟังคำโปรดจำเอาไว้ ชื่อขนมไทยนั้นคือขนมดู
ขนมไทยเลื่องลือมานาน ทำไมลูกหลานไม่ช่วยกันเชิดชู
ไปหลงมนต์ของนอกมาขาย ทั้งหญิงทั้งชายลืมได้ขนมดู
ปู่ย่ากินกันมานาน เดี๋ยวนี้ลูกหลานไม่รู้จักขนมดู?
พลันที่หูสดับเสียงเพลงเกี่ยวกับขนมดู ซึ่งลอยตามลมมาระหว่างเดินชมงาน ย้อนรอยวิถีไทย ?บ้านวัฒนธรรม ลานวัฒนธรรม? ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2553 ในบรรยากาศสบาย ๆ บริเวณรอบสระสนานใจ และอาคารสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ใจก็ประหวัดไปถึงขนมดู ที่แม้หน้าตาจะไม่ฉูดฉาดชวนมอง แต่เรื่องราวความน่าสนใจในฐานะขนมคู่เมืองสงขลา ดูจะมากด้วยคุณค่า จนต้องตามไปดูให้เห็นถึงเนื้อใน
นางราศี คำเนตร แม่ค้าขนมดูจากบ้านธรรมโฆษณ์ ต.สทิงหม้อ อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งยึดอาชีพทำขนมดูมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย เล่าถึงกลวิธีการทำขนมดู ว่า เริ่มจากนำข้าวเหนียวมาคัดกากออกแล้วล้างให้สะอาด จากนั้นนำข้าวเหนียวที่ล้างสะอาดแล้วไปแช่น้ำ เมื่อแช่ข้าวเหนียวจนได้ที่แล้ว นำไปใส่ตะแกรงทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ และนำข้าวเหนียวที่แห้งแล้วไปคั่วในกระทะจนเหลืองกรอบ วางพักให้เย็น บดข้าวเหนียวที่คั่วแล้วจนเป็นแป้งละเอียด แบ่งแป้งจำนวนหนึ่งไว้เป็นแป้งเชื้อสำหรับคลุกขนมไม่ให้ติดกัน นำแป้งส่วนที่เหลือไปทำขนม จากนั้นเคี่ยวน้ำผึ้งเหลวจนข้นเป็นยาง ใส่มะพร้าวขูดกับเกลือเล็กน้อยแล้วคนให้เข้ากัน ขั้นตอนสุดท้ายใส่แป้งข้าวเหนียวลงไป คนจนแห้งพอปั้นเป็นก้อนได้
ขนมดูที่ได้จะมีรูปทรงค่อนข้างกลม บิดเบี้ยว สีทึม ๆ ขนาดประมาณเหรียญสิบบาท คลุกฝุ่นแป้งสีขาว ซึ่งโดดเด่นด้วยรสหวานของน้ำตาล เข้ากันได้ดีกับความเหนียวนุ่มของแป้งข้าวเหนียว และความมันของมะพร้าว ทำให้ขนมดูอยู่ในความนิยมของชาวบ้านพื้นถิ่นมาตลอด โดยแหล่งผลิตขนมดูมีกระจายอยู่ในอำเภอสิงหนคร สทิงพระ กระแสสินธุ์ และ ระโนด โดยแหล่งผลิตขึ้นชื่ออยู่ที่ บ้านชิงโค ธรรมโฆษณ์ อำเภอสิงหนคร และ บ้านสนามชัย อำเภอสทิงพระ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าปัจจุบันคนทำขนมดูมีไม่มากแล้ว ทั้งที่ขนมดูเป็นขนมที่อยู่คู่คนใต้มานาน แต่อาจเพราะอาชีพอื่นสร้างรายได้ที่ดีกว่า จึงไม่ค่อยมีคนอยากรับช่วงต่อทำขนมดู ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ขนมดูก็อาจสูญหายไปจากภาคใต้
แต่หากจะค้นหาที่มาว่าทำ ไมจึงเรียกขนมชนิดนี้ว่าขนมดู แม้แต่ผู้สูงอายุในท้องถิ่นก็ไม่อาจตอบได้ รู้แต่ว่าเคยรู้จัก และเคยรู้รสขนมชนิดนี้มาตั้งแต่เริ่มรู้จักกินขนมแล้ว แถมยังบอกว่ารุ่นปู่ย่าตายายก็มีขนมชนิดนี้มาก่อนแล้วด้วย จึงเป็นอันว่าขณะนี้ยังไม่มีทางรู้ว่าขนมชนิดนี้มีความหมายและความเป็นมาอย่างไร
ผศ.ดร.ไพโรจน์ ด้วงวิเศษ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา กล่าวถึงความสำคัญของขนมดู ว่า เป็นขนมที่มีมานานแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ได้จัดทำวารสารวิชาการเรื่องขนมดู เพื่อเป็นหลักฐานทางวิชาการ และเพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับขนมดูต่อไป
ในขณะที่ น.ส.ภัทราภรณ์ เหลาะเหล็ม และ น.ส.นุรัยนี ดิง นักศึกษาวิชาเอกบัญชี คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งเข้าไปหาข้อมูลเรื่องขนมดูที่ซุ้มสาธิตทำขนมดู ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันขนมดูค่อนข้างหากินยาก นักศึกษาบางคนไม่เคยกินด้วยซ้ำ เนื่องจากมองว่าเป็นขนมของคนแก่ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าเดี๋ยวนี้อาหารการกินเก่า ๆ ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว หรือบางอย่างมีแค่ชื่อแต่ไม่มีคนชิม ซึ่งหากไม่ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ สักวันหนึ่งก็อาจสูญหายไปจากวิถีชีวิตของไทย
ด.ช.ปฐวี สมบัติ นักเรียนโรงเรียนอนุบาลนครหาดใหญ่ ณ สุวรรณวงศ์ นักชิมขนมดูรุ่นเยาว์ กล่าวถึงรสชาติของขนมดูที่ได้ลิ้มลองว่า ?อร่อยดีครับ หวาน ๆ มัน ๆ เพิ่งเคยกินครั้งแรกเหมือนกัน ได้รู้จักขนมดูจากงานนี้นี่แหละ ต่อไปถ้าเจอขนมดูก็จะซื้อกินอีก เพราะอร่อยดีครับ?
ผู้ชื่นชอบขนมดูสามารถซื้อหาได้ตามตลาดทั่วไป เช่น ตลาดนัดวันอาทิตย์ ตลาดทรัพย์สินในตัวเมืองสงขลา ตลาดส่งเสริมผลิตภัณฑ์พื้นบ้านสนามชัย ริมทางหลวงสายสงขลา-ระโนด หรือแม้แต่ในงานย้อนรอยวิถีไทยฯ และงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งพ่อค้าแม่ขายสาธิตกรรมวิธีการผลิต พร้อมทั้งจำหน่ายให้ประชาชนทั่วไปได้ชมและชิม เสียงเพลงขนมดูแว่วมาอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ดูจะก้องกังวานกว่าครั้งแรก ผู้คนที่เดินขวักไขว่เที่ยวชมงานชะงักเงี่ยหูฟัง และเดินไปหาต้นตอของเสียง ซึ่ง ณ ที่แห่งนั้นนักศึกษากลุ่มใหญ่กำลังเฝ้ามองการสาธิตทำขนมดูอย่างสนใจ ด้วยแววตากระพริบพราย สอดรับกับท่อนจบของบทเพลงขนมดูที่ร้องว่า ฝากเตือนเด็กไทยวันนี้ มรดกอย่างดีต้องช่วยกันเชิดชูอนาคตจะไม่สูญหาย สร้างเอกลักษณ์ไทยใส่ใจขนมดู
ไทยทำ ไทยกิน ไทยใช้ เศรษฐกิจของไทยต้องไปได้หรู อีกหน่อยแถวศูนย์การค้า เมืองนอกเมืองนาต้องหันมาดู ฝรั่งกินยังถูกปากถูกใจ ชื่นชมขนมไทยติดใจขนมดู
โดยทีมข่าวภาคใต้โฟกัส
ลิงก์ผู้สนับสนุน
Relate topics
ร้านส้มตำกลางเมืองรอบนี้พามาทานเมนูสุดแซ่บ พูดถึงคงน้ำลายไหลไปตามๆกันและเชื่อว่าคงเป็นเมนูโปรดของใครหลายๆคนก็ว่าได้เลยล่ะค่ะ เมนูนี้ชื่อว่า "ส้มตำ" แต่ใครจะรู้ว่าที่เราจะพาไปชิมไม่ใช่แค่ส้มตำธรรมดาซะที่ไหนล่ะคะ เป็นส้
ร้านคุณปื้ด "เย็นตาโฟ ปลาหมึกสด""เย็นตาโฟ" ก๋วยเตี๋ยวรสชาติหอมหวานด้วยซอสเต้าหู้ยี้สีแดงๆ แต่ละร้านก็จะมีสูตรต่างๆกันไป แต่ฉบับนี้เราจะพาไปพบกับร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนกล่าวขานถึงรสชาติที่เอร็ดอร่อยและมีเอกลักษณ์ต่างกับเย
ร้านอาหารครูหวนสวัสดีค่ะสัปดาห์นี้ โฟกัสพากิน ขอแนะนำท่านไปสัมผัสกับวิวบ้านๆชมธรรมชาติหลีกความวุ่นวายเปลี่ยนบรรยากาศผ่อนคลายด้วยการนั่งตกปลา ที่บ่อครูหวน ทานอาหารเมนูบ้านๆ อาหารพื้นบ้าน อาหารป่า อาหารพื้นเมือง อาหาร

เงื่อนไขในการใช้บริการ
หากท่านเขียนข้อความใด ๆ ในเว็บไซท์แห่งนี้ ถือว่าท่านได้อ่านเงื่อนไขการใช้บริการข้างล่าง และยอมรับในเงื่อนไขในการใช้บริการนี้
สงขลาทูเดย์ เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่น โดยมีเงื่อนไข คือเนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป
ข้อควรปฎิบัติในการตั้งหัวข้อในหมวดต่าง ๆเนื่องจากเนื้อหาทำนองนี้ ไม่เป็นที่พึงประสงค์สำหรับเว็บไซท์แห่งนี้ และเราไม่ต้องการให้ท่านผู้ใดลงประกาศในทำนองนี้ในเว็บไซท์ของเรา เมื่อเราตรวจเจอประกาศในลักษณะนี้ จะทำการลบทิ้งโดยทันทีโดยไม่มีการแจ้งเหตุผลอะไรทั้งนั้น ท่านจึงไม่จำเป็นต้องลงประกาศให้เสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย
สงขลาทูเดย์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น หรือเรื่องราวที่พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ