Focus Property
บ้าน ชายแดนใต้ กับปัญหา
ปัญหาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มิใช่มีเพียงแค่ปัญหาของความรุนแรง ความขัดแย้ง ทางภาษา หรือวัฒนธรรม ยังมีปัญหาที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องการให้รัฐช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วนอีกหลายอย่าง เช่น ความเป็นอยู่ อาชีพ อาหารการกิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และอีกปัจจัยที่เป็นความต้องการของคนในพื้นที่ และทั่วประเทศ คือ บ้านที่อยู่อาศัย
โครงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน โดยชุมชน ที่ทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นโครงการที่ให้ครัวเรือนที่ยากจนที่มีปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย ได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถที่จะขจัดปัญหาที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกินได้
แต่โครงการนี้มีเป้าหมายปัญหาเฉพาะพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในส่วนของที่อยู่อาศัยจำนวนทั้งสิน 100,000 ครัวเรือน ระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ปี 53-55 โดยเฉพาะในปีนี้เป้าหมายในการสร้างที่อยู่อาศัยตั้งไว้ที่จำนวน 24,000 ครัวเรือน
นราธิวาส เป็นจังหวัดที่ได้รับการนำเสนอจากสื่อเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับโครงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ทาง พอช. รับผิดชอบ นายอารีย์ เจ๊ะโซ๊ะ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช. จังหวัดนราธิวาส ได้บอกกับโฟกัสเกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการว่า
?เราเห็นปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่โดยเฉพาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ มันเป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญที่สุด การที่จะมีบ้านสักหลังโดยเฉพาะคนยากคนจนมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เราเลยผลักดันโครงการนี้ไปยังรัฐบาล ซึ่งเราดูจากโครงการของรัฐบาลแต่ละโครงการที่ลงมาเป็นเรื่องของการประกอบอาชีพเป็นส่วนใหญ่ แต่ส่วนที่ยกระดับคุณภาพชีวิตยังมีน้อย?
โครงการที่อยู่อาศัยของ พอช. เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2552 ? 2555 กำกับดูแลโครงการโดยคณะกรรมการรัฐมนตรีเพื่อพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ทางคณะกรรมการสถาบันฯ ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมาบริหารโครงการ มีผู้อำนวยการสถาบันฯ เป็นประธาน มีผู้แทนองค์กรชุมชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคมเป็นกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเป็นที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการโครงการมีบทบาทหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติโครงการต่างๆ ที่เสนอโดยคณะทำงานพัฒนาที่อยู่อาศัยจากระดับตำบล
ในแต่ละตำบลที่มีการขอทุนก่อสร้าง และต่อเติมที่อยู่อาศัยจะมีคณะทำงานตำบลซึ่งประกอบด้วยผู้แทนครัวเรือนที่เดือดร้อน ผู้นำองค์กรชุมชน ผู้นำศาสนาและมีผู้แทนจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาตำบล หรือที่เรียกว่า 4 เสาหลัก คณะทำงานนี้จะทำหน้าที่กลั่นกรองความถูกต้องของข้อมูลและความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมตามความเหมาะสม และจัดทำโครงการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาพร้อมทั้งเป็นจุดที่จะเปิดบัญชีรับเงินสนับสนุนรวมของทุกหมู่บ้านและทำสัญญาความร่วมมือกับสถาบันฯ และติดตามผลการทำงาน ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินเมื่อมีการดำเนินการ
?ก่อนที่จะอนุมัติจะมีการทำประชาคม เพื่อจัดลำดับความเดือดร้อนของคนในหมู่บ้าน ทุกคนเดือดร้อนก็จริง แต่ชาวบ้านจะจัดลำดับว่าใครเดือดร้อนมากที่สุด โดยจะมีการเสนอผ่านการประชาคมและทาง 4 เสาหลัก เพราะเหตุนี้เราจำเป็นต้องลงไปให้ความรู้ เรื่องของระเบียบ หลักเกณฑ์ ให้แก่ชาวบ้าน เมื่อจัดกระบวนการนี้เสร็จ เขาก็จะเป็นแกนนำหลักในหมู่บ้าน แกนนำที่มีใจอาสา เขาก็เป็นคนที่จะทำหน้าต่อจากเรา แต่การคัดเลือกทาง 4 เสาหลักสามารถกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้เดือดร้อนได้ อย่างคนที่เดือดจริงๆแต่ 4 เสาหลักไม่เลือก มีเหตุผลอะไร อาจจะเป็นเพราะเขาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่ละหมาด หรือไม่ให้ความช่วยเหลือสังคม ทาง 4 เสาหลักสามารถที่จะไม่เลือกก็ได้? นายอารีย์ อธิบายถึงกระบวนเพื่อให้ได้ผู้ที่เหมาะสมในรับความช่วยเหลือ
งบประมาณมาจากโครงการไทยเข้มแข็ง 1,128 ล้านบาท แบ่งเป็นเรื่องที่ดิน 20 ล้าน ที่เหลือก็เป็นโครงการบ้านที่อยู่อาศัย จะสนับสนุนหมู่บ้านละ 1.45 ล้านบาท โดยฐานเฉลี่ย โดยมีหลักเกณฑ์ในการซ่อมแซม และสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ขึ้นมา คือ ในกรณีที่ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รับทุนได้ไม่เกิน 50,000 บาท/ครัวเรือน ส่วนกรณีสร้างใหม่ได้ไม่เกิน 120,000 บาท/ครัวเรือน การประมาณการค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและสร้างใหม่ ให้ตามสภาพความเป็นจริง
เมื่อมีการสร้างบ้านหรือต่อเติมซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเรียบร้อยแล้วทุนได้รับจะต้องมีการคืนเงินกลับเข้ากองทุน เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนช่วยเหลือครอบครัวอื่นที่ได้รับความเดือดร้อนรายอื่น การคืนเงินที่ได้รับมาจะเป็นเงินสมทบกองทุนที่อยู่อาศัยหรือกองทุนสวัสดิการของชุมชน
อารีย์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคืนทุนว่า ?โครงการนี้มีการคืนทุน การจ่ายคืนไม่ใช่จ่ายคืนแก่รัฐบาล หรือ พอช. เราจะจ่ายคืนแก่หมู่บ้าน แก่ชุมชน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเพื่อเอาเงินส่วนนี้ไปช่วยเหลือคนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือในระดับถัดไป โครงการอื่นที่ลงไปในพื้นที่อย่างการให้ไก่ เป็ด แพะ ถามว่ามันลงกันทุกปี แต่ไม่ได้สร้างความยั่งยืนเลย คนที่ได้ก็จะได้ตลอด ถ้าทำแบบนี้ให้รัฐบาลหาเงินพันล้านเป็นแสนล้านก็ไม่พอ ถ้าเรามาคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง ให้เกิดการบริหารจัดการที่ดี แต่ยังมีกลุ่มที่ไม่สามารถจ่ายคืนทุนได้ อย่างกลุ่มคนพิการ ตาบอด หรือไม่สามารถทำงานใช้คืนได้ ทางเราก็จะพิจารณาเป็นทุนให้เปล่า แต่ต้องผ่านการลงมติจากที่ประชุมประชาคมว่าเขาเป็นคนจนจริงๆ ที่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายคืนได้?
?วิธีการโอนเงินแก่ผู้หมู่บ้าน ทางเราจะโอนเป็น 2 งวด งวดแรก 70 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเอาไปทำการก่อสร้าง ซ่อมแซมบ้าน เราไม่ใช่ไม่ไว้ใจชาวบ้าน นี่เป็นวิธีการทำงานของเรา เพราะบางหน่วยงานโอนลงมาร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผลที่ตามมาเกิดความเสียหายทำให้ไม่สามารถติดตามได้ แนวทางที่เราคุยกันในพื้นที่คือ ห้ามมีการกินเปอร์เซ็นต์ เพราะหากมีการกินเปอร์เซ็นต์ภาระจะตกไปอยู่ชาวบ้านผู้ยากจน จากข้อตกลงร่วมของชาวบ้านในการจ่ายคืนกำหนดให้จ่ายวันละ 11 บาท หรือเดือนละ 330 บ้าน และเงินนำเงิน 30 บาทของแต่ละเดือนนำเข้าไปสมทบเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน ตามที่นโยบายของรัฐบาลสนับสนุนให้มาดูแลระบบ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เราทำโครงการบ้าน หนึ่งโครงการ เราได้อีกเรื่องคือการจัดระบบสวัสดิการ? อารีย์ กล่าวเพิ่มเติม
จากการลงพื้นที่ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2553 ภารกิจที่สำคัญในการลงพื้นในครั้งนั้นคือที่บ้านซือเลาะ หมู่ 4 ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นครั้งแรกที่นายกฯอภิสิทธิ์ เดินทางเข้าพื้นที่ที่ถูกเรียกว่า ?พื้นที่สีแดง? การเข้าไปดั่งกับว่าได้สถาปนาอำนาจรัฐในพื้นที่นี้ไปเสียแล้ว โดยใช้กระบวนของ "แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง"
?นายกฯ ได้ลงมาเปิดบ้านที่ซือเลาะ เพราะว่า ซือเลาะ เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เป็นพื้นที่สีแดง เป็นพื้นที่ฐานปฏิบัติการณ์ของฝ่ายขบวนการ ไม่มีหน่วยงานราชการไหนที่กล้าไปลงพื้นที่ทำงาน ทางรัฐบาลจึงได้หาวิธีที่จะพลิกพื้นที่ตรงนี้ เป็นการต่อสู้ระหว่างรัฐ และขบวนการ เป็นการแย่งชิงมวลชน เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว โครงการที่ลงไปทำที่ซือเลาะ มีการร่วมมือกันทุกฝ่าย ทั้งทหาร ตำรวจ ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น เขาทำงานได้ดี และซือเลาะก็สามารถทำได้? นายอารีย์ เล่าถึงหมู่บ้านซือเลาะ
?จากการที่ได้ลงไปคุยกับชาวบ้าน เขาไม่เคยคิดว่าโครงการนี้จะมีขึ้นจริง ความคิดของคนจนการมีบ้านเป็นเหมือนฝัน บ้านที่เราให้กับเขา สามารถอยู่ได้ชั้วลูกชั้วหลาน ต่างกับโครงการอื่นๆ ที่เมื่อปีนี้หมด ปีหน้าก็เอาใหม่อีก มันไม่ได้เกิดความยั่งยืนของการพัฒนา หากโครงการนี้ประสบผลสำเร็จ ทางท่านรองสุเทพ พูดเปรยๆว่า จะนำเอาโครงการนี้ไปทำทั่วประเทศ แต่ ณ ตอนนี้เหมือนกับว่าเป็นการนำร่องในพื้นที่ชายแดนใต้ ถ้าหากมีการเปลี่ยนรัฐบาลมีความเชื่อลึกๆ ว่าถ้าใครมาเข้ามาเป็นรัฐบาล โครงการดีๆ แบบนี้น่าจะสารต่อ เพราะเสียงตอบรับจากชาวบ้านเป็นเสียงตอบรับที่ดี เราจะทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนแก่ชุมชน เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ รัฐบาลเองต่อไปก็ไม่ต้องทุ่มงบประมาณไปเยอะ ถ้าทำอย่างนี้ได้ประเทศจะเข้มแข็ง อย่างที่ นายกจะให้ไทย เข็มแข็ง อยากให้เกิดความเข้มแข็งระบบฐานรากจริงๆ นี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นประชาธิปไตยฐานราก เป็นประชาธิปไตยที่กินได้จริงๆ? เจ้าหน้าที่ พอช. คนดังกล่าวกล่าทิ้งท้าย
โดยทีมข่าวภาคใต้โฟกัส
ลิงก์ผู้สนับสนุน
Relate topics
(คลิป)"น้ำหวาน"วงฌามา ฆ่าตัวตาย
หลังเครียดจัดเงินไม่พอใช้ ดื่มสุราจนเกือบเช้า แล้วใช้ปืนขนาด 9 มม.ยิงหัวต
24-26ก.พ. อบจ.สตูล จัดงานว่าวประเพณีจังหวัดสตูล ครั้งที่ 32 และแสดงว่าวนานาชาติ ประจำปี 2555องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, จังหวัดสตูล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสตูล และชมรมว่าวสต
(คลิป)จลาจลนักโทษตรังลุกฮือเผาเรือนนอน
นักโทษตรังจลาจลลุกฮือเผาเรือนจำ ใช้สิ่งของขว้างปาจนท.ร้องย้ายผู้คุมเข้มงว

เงื่อนไขในการใช้บริการ
หากท่านเขียนข้อความใด ๆ ในเว็บไซท์แห่งนี้ ถือว่าท่านได้อ่านเงื่อนไขการใช้บริการข้างล่าง และยอมรับในเงื่อนไขในการใช้บริการนี้
สงขลาทูเดย์ เปิดให้ทุกท่านตั้งหัวข้อกระทู้ เพื่อสอบถามความคิดเห็น จากเพื่อนสมาชิกท่านอื่น โดยมีเงื่อนไข คือเนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงด้านบนถูกส่งขึ้นโดยอัตโนมัติจากผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เจ้าของเว็บไซท์ ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หากข้อความในกระทู้ พาดพิงบุคคลอื่นในทางเสียหาย และหากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม โปรดแจ้งทีมงานโดยด่วน เพื่อดำเนินการต่อไป
ข้อควรปฎิบัติในการตั้งหัวข้อในหมวดต่าง ๆเนื่องจากเนื้อหาทำนองนี้ ไม่เป็นที่พึงประสงค์สำหรับเว็บไซท์แห่งนี้ และเราไม่ต้องการให้ท่านผู้ใดลงประกาศในทำนองนี้ในเว็บไซท์ของเรา เมื่อเราตรวจเจอประกาศในลักษณะนี้ จะทำการลบทิ้งโดยทันทีโดยไม่มีการแจ้งเหตุผลอะไรทั้งนั้น ท่านจึงไม่จำเป็นต้องลงประกาศให้เสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย
สงขลาทูเดย์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความหายต่อบุคคลอื่น หรือเรื่องราวที่พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ท่านทราบ