สงขลาทูเดย์, สำนักข่าวโฟกัส, ข่าว สงขลา หาดใหญ่ ทั่วใต้, songkhlatoday

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • 20ปีโฟกัส

15ปี 'โฟกัส' วันนี้ วันวาน และพรุ่งนี้

by Dorn.Skyblue @13-12-2555 13.27 ( IP : 183...128 )
photo  , 640x259 pixel , 22,910 bytes.

ยืนตรงไหน?

    ท่ามกลางกระแส **"สื่อใหม่" ที่มีอิทธิพลมากขึ้น และ "สื่อหนังสือพิมพ์" ค่อยๆ ลดบทบาทลงไป หรือพูดชัดๆ คือ มีหนังสือพิมพ์จำนวนมาก "ต้องปิดตัวเอง" เพราะไม่อาจทนแบกรับภาระการขาดทุน จากยอดขายโฆษณา และผู้อ่านที่ลดน้อยถอยลงทุกๆ วัน**

    หลายท่านที่ติดตาม "หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส" ก็เคยถามด้วยความห่วงใย ผมก็บอกว่า "ยังมีทางให้โฟกัสเดินและผมมั่นใจว่า เรายังมีโอกาสเติบโตอย่างสวนกระแส"

    อะไรล่ะที่ทำให้ผมมั่นใจ? ผมเชื่อมั่นว่า หากเรายังสามารถรักษาจุดแข็ง ที่เป็น

    "หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่มีเนื้อหาเข้มข้น และเรื่องราวที่นำเสนอผู้อ่านของเราจะหาอ่านไม่ได้ในหนังสือพิมพ์ระดับชาติท้องถิ่นหรือสื่ออื่นๆ แล้ว เรายังจะสามารถนั่งอยู่ในใจผู้อ่านได้เช่นเดียวกับลูกค้าที่สนับสนุนโฆษณา เมื่อใดที่เรายังครองความเป็นหนึ่ง หรือเป็นผู้นำในวงการนี้ เราก็ยังเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ผู้ประกอบการจะใช้เป็นช่องทางโฆษณา เพื่อสื่อสารกับลูกค้าของเขา"

    สำคัญที่สุดคือ การยึดมั่นอุดมการณ์ ประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ตัวเอง และการไม่ทรยศต่อวิชาชีพ ไม่ละเมิดจริยธรรมสื่อมวลชน

    เพราะฉะนั้น จากจุดเริ่มต้น จนถึงวันนี้ และอนาคต "คนข่าวโฟกัส" จะต้องยึดหยัดเป็น "นักข่าวอาชีพ" ในท้องถิ่นให้ได้ และองค์กรต้องขับเคลื่อนและเดินไปข้างหน้าในฐานะ "สถาบันสื่อ" ที่ดำรงตนอย่างเหมาะสมในฐานะองค์กรทางธุรกิจเอกชน ที่มีหัวใจสาธารณะ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว เช่นเดียวกับคนทำงาน

    เพียงแต่ องค์กรจะต้องขยายงานที่ไปกันได้กับงานสื่อหรือหาลู่ทางธุรกิจที่เหมาะสม มาเสริมรายได้ จากความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของคนทำงานด้านสื่อ "อย่างมืออาชีพ" ทั้งในส่วนของงานประชาสัมพันธ์ การผลิตสื่ออื่นๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ และสื่อสมัยใหม่ งานกิจกรรมธุรกิจ (Event) งานประชุมสัมมนา ฝึกอบรม ฯลฯ

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ การเป็น "คนสื่อยุคใหม่" ที่ไม่ใช้อิทธิพลใดๆ มาแสวงหาประโยชน์ หรือรายได้ที่ไม่เหมาะสม หรือไม่สร้างความรู้สึกว่า "ลูกค้า" หรือ "ผู้สนับสนุน" ต้องให้เพราะเกรงกลัวในอิทธิพลความเป็นสื่อ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะเป็น "สื่อตกยุค"

กว่าจะถึง 15 ปี

    แนวความคิดในการทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในลักษณะ Community Newspaper เกิดขึ้นมาประมาณปี ๒๕๓๘ ครั้งนั้นกระผม (นายประสาณ สุขใส) เพิ่งย้ายมาประจำที่ศูนย์ข่าวภาคใต้ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

    จากประสบการณ์ที่เคยอยู่จังหวัดนคราชสีมา ขณะเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวันได้มีโอกาสช่วยเหลือพรรคพวกที่ทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอยู่ อีกทั้งได้มีการตั้ง"ชมรมสื่อมวลชนพันธมิตรจังหวัดนครราชสีมา" (มีคุณสุนทร จันทรังสี ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์โคราชรายวันเป็นแกนนำ)ขึ้น เพื่อทำกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ประกอบกับจากการเดินทางไปทำงานข่าวในหลายจังหวัด พบว่าแต่ละจังหวัดมีหนังสือพิมพ์ของตัวเองที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม และเป็นพลังขับเคลื่อนทางสังคมอย่างสร้างสรรค์

    เมื่อมาถึงสงขลาและพบว่า จังหวัดสงขลา พบว่าไม่มีหนังสือพิมพ์ในคอนเซ็ปต์ที่ตัวเองคิด จึงได้พูดคุยกับเพื่อนในผู้จัดการรายวันด้วยกัน พร้อมทั้งเพื่อนที่ทำงานหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ แนวหน้า ตลอดจนนักธุรกิจบางคนว่า จังหวัดสงขลาน่าจะมีหนังสือพิมพ์ดีๆ สักเล่มหนึ่ง รายสัปดาห์ หรือรายวัน ที่มีบทบาทต่อสังคม ไม่ใช่หนังสือพิมพ์รายหวยเหมือนที่มีอยู่ทั่วๆ ไป

    "เราน่าจะทำกันได้" นั่นคือข้อสรุปของแนวความคิด แต่เนื่องจากแต่ละคนติดภารกิจประจำจากการทำผู้จัดการรายวัน และกรุงเทพธุรกิจ เช็คชั่นภาคใต้ จึงได้แต่คุยกัน ความคิดในการทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นได้ภาพที่ชัดเจนขึ้น ในโอกาสที่ได้ร่วมงานเสวนาบทบาทหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ที่โรงแรมหาดแก้ว ปริ้นเซส ซึ่งครั้งนั้นได้รับทราบบทบาทของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นระดับมลรัฐอิลินอยส์ ของอเมริกา ที่คนของเขาจะให้ความสำคัญไม่ต่ำกว่าหนังสือระดับชาติอย่าง U.S.A.Todayพวกเราที่คิดกันเคยได้ข้อสรุปร่วมกัน ถึงขนาดเตรียมการไปขอหัวหนังสือพิมพ์ครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรต่อไปเมื่อพบว่ายังไม่พร้อมที่จะทำ และเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็น

    จนกระทั่งเมื่อหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ภาคใต้ ได้ปิดดำเนินการประมาณเดือนสิงหาคม 2540 ซึ่งก่อนหน้านั้นผู้จัดการรายวัน เช็คชั่นภาคใต้ได้หยุดไปก่อนแล้ว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เราคิดว่า สังคมนี้กำลังจะขาดสื่อสิ่งพิมพ์ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจกำลังตกต่ำลง และเดินไปสู่ภาวะวิกฤติ ความคิดในการทำ "หนังสือพิมพ์โฟกัสสงขลา" จึงเกิดขึ้น ท่ามกลางการทักท้วงของเพื่อนฝูง ผู้ใหญ่ในวงการที่เคยทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า

    "ทำไปก็เจ็บตัว หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไม่เคยอยู่รอดได้ด้วยตัวเอง และคนที่ทำให้อยู่รอดได้ไม่ใช่บุคลิกเช่นคุณ"

    บางคนถึงกับบอกว่า คุณไม่เลวพอที่จะทำเช่นนั้นได้ ยิ่งทำไปจะยิ่งเจ็บตัว จะมีหนี้สินมากขึ้นทุกวัน ยิ่งภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ ไม่มีทางทำได้

 คำอธิบายภาพ : Focus15ths-11copy

    คำเตือนของทุกคนทำให้เราก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางการคัดค้าน เรามีผู้ที่เห็นความสำคัญของ "สื่อ" และเห็นว่า จังหวัดสงขลา มีความซับซ้อนทางด้านสังคมการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งสถานะที่เป็น "หัวเมือง" ของภาคใต้ การเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการศึกษา กอรปกับปัจจัยที่สำคัญที่เกิดขึ้นใหม่คือ การกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น และการลงทุนพัฒนาขนาดใหญ่ จะเพิ่มกระแสความต้องการสื่อในท้องถิ่น พอที่จะมีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นมีบทบาท และเป็นที่ต้องการของสังคมได้ เราจึงได้ระดมทุน ก่อตั้ง "บริษัท เดอะ โฟกัส ครีเอชั่นจำกัด" ขึ้นมา และเริ่มทำ "หนังสือพิมพ์ โฟกัสสงขลา" ตั้งแต่ฉบับแรก เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2540 เป็นต้นมา

    ในฐานะพนักงานที่ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารส่วนย่อยระดับภาค ซึ่งรับผิดชอบศูนย์ข่าวภาคใต้ และเห็นความล้มเหลวในการลงมาทำหนังสือพิมพ์เช็คชั่นภาคใต้ของผู้จัดการรายวัน ประกอบกับบริษัทอยู่ในภาวะวิกฤติ ส่วนหนึ่งของความคิดในการทำโฟกัสสงขลา คือการวางรากฐานให้ผู้จัดการรายวันกลับลงมาในท้องถิ่นอีกครั้งหนึ่ง จึงเสนอขออนุมัติโครงการจากผู้บังคับบัญชา และกันหุ้น 25% ของทุนจดทะเบียนไว้ให้บริษัท พร้อมทั้งคิดว่าในฐานะพนักงานของผู้จัดการรายวัน กับโฟกัสสงขลาเราจะทำงานควบคู่กันไปได้

    ขณะเดียวกันก็เสริมทีมงานใหม่ขึ้นมา โดยเฉพาะทางด้านการตลาด คอมพิวเตอร์กราฟฟิค ซึ่งคิดว่าในอนาคตหากผู้จัดการจะขยายการตลาดก็ไม่มีสิทธิ์จะเกิดได้ เพราะการทำหนังสือพิมพ์ต้นทุนสูงมาก อันนี้ไม่ต้องพูด ถึงการลงทุนขั้นต้น เครื่องมืออุปกรณ์สำนักงาน ค่าใช้จ่ายประจำวันเมื่อผู้บริหารระดับสูงของผู้จัดการรายวันเปลี่ยน นโยบายเปลี่ยน พวกเราจึงได้ตัดสินใจ นำทีมออกจากผู้จัดการรายวัน เพื่อเดินหน้า โฟกัสสงขลา ต่อสู้ในโลกกว้างด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2541เป็นต้นมา ทั้งๆ ที่พนักงานของผู้จัดการรายวัน ยังสามารถอยู่ที่เดิมได้ โดยไม่ต้องมาเสี่ยงแต่พวกเราคิดว่า มาถึงวันนี้โฟกัสสงขลา คือตัวเรา มากกว่าผู้จัดการรายวัน

 คำอธิบายภาพ : Focus15ths-12copy

    จากเดือนพฤศจิกายน 2540 - มกราคม 2541 กว่า14 เดือนที่หนังสือพิมพ์โฟกัสสงขลา เปิดดำเนินการมาเราเชื่อมั่นว่า เราได้เป็นสว่นหนึ่งของสังคมจังหวัดสงขลา และภาคใต้แล้ว เราได้ทำหน้าที่ของสื่อ ที่มีบทบาท และเป็นพลังขับเคลื่อนทางสังคมได้ระดับหนึ่ง แม้ว่ายังไม่ดีนัก แม้ว่าในทางธุรกิจ หนังสือพิมพ์โฟกัสสงขลาจะขาดทุนมาโดยตลอด แต่ด้วยความเชื่อมั่นของผู้อ่านที่ยอดจำหน่ายผ่านเอเย่นต์ และยอดสมาชิกเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่ระบบการตลาดของเรายังไม่ดีนักเนื่องจากคนที่ทำงานไม่ค่อยมีประสบการณ์ด้านการตลาด ทุกคนเคยผ่านเพียงงานข่าว แต่เราก็พยามปรับปรุงการทำงานเพื่อทำให้ยอดขายหนังสือ สมาชิก และโฆษณาเพิ่มขึ้น เพื่อให้หนังสือพิมพ์อยู่รอดให้ได้ในภาวะวิกฤติเช่นนี้

    แน่นอนที่สุดการจัดกิจกรรมทุกครั้งนอกจากจะเสริมบทบาท และเผยแพร่ชื่อเสียงของโฟกัสสงขลาแล้ว เรายังหวังว่าจะรายได้มาหล่อเลี้ยงตัวเอง เพราะตระหนักดีว่า การหาโฆษณา ซึ่งเป็นรายได้หลักที่ทำให้หนังสือพิมพ์อยู่ได้นั้นเป็นไปได้ยากมาก ในอนาคต โฟกัสสงขลา จะอยู่รอดได้หรือไม่นอกจากการยึดมั่นในอุดมการณ์ของหนังสือพิมพ์ที่ดีแล้วการตอบสนองจากผู้อ่าน กลุ่มธุรกิจที่ลงโฆษณาย่อมมีส่วนสำคัญมากที่สุด

    หากจะนับเวลาที่ โฟกัสสงขลา ปรากฏขึ้นบนพื้นพิภพ จาก 10 พฤศจิกายน 2540 ฉบับปฐมฤกษ์ จนถึง 31 มกราคม 2542 วันเปิดป้ายสำนักงานอย่างเป็นทางการ "โฟกัสสงขลา" ยืนเป็นสนต้องลมมาแล้วประมาณ 14 เดือน เป็น 14 เดือนแห่งการต่อสู้ที่สาหัสสากรรจ์ยิ่ง สำหรับชีวิตของคนหนุ่มสาว ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานกันเพียงไม่กี่ปี ประสบการณ์ยังไม่มากนัก จากจุดกำเนิดที่เริ่มต้นโดยการระดมทุนได้กว่า 200,000 บาท หากประเมินจากค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนั้นแฝงค่าใช้จ่ายหลายส่วนไว้กับผู้จัดการรายวัน "โฟกัสสงขลา" จะอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนเท่านั้น ด้วยคำ"ตักเตือนจากผู้มีประสบการณ์หลายคนประกอบกับการประเมินถึงภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นทำให้แกนนำทั้ง 3 คนได้คิดร่วมกันว่า จะต้องหาโฆษณาแบบเมนสปอนเซอร์ ที่สามารถต่อคอนเน็คชั่นได้มาช่วยลงโฆษณายาว ในราคาไม่แพงอย่างต่อเนื่องรายละ 3 หรือ 6 เดือนจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นหลักประกันให้โฟกัสสงขลา อยู่รอดได้ในระยะแรกอย่างน้อย 6 เดือน พร้อมกันนั้นจะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายทุกรูปแบบ ทั้งต่อรองค่าพิมพ์หนังสือให้ถูกที่สุด การรับผลตอบแทนในอัตราที่ต่ำมากของทีมงานทุกคน การบาร์เตอร์โฆษณาสำหรับสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงาน เช่น ฟิล์มล้างอัดรูปภาพและนั่นคือนโยบายในการทำงานที่ใช้มาตลอดและเข้มงวดตลอดเวลา

    พฤศจิกายน 2540 เป็นเดือนที่การทำงานขลุกขลักที่สุด นอกจากความไม่ลงตัวในการทำงานทุกเรื่องแล้ว แกนนำทั้งสองคนมีภาระส่วนตัวที่ต้องแบ่งเวลาให้กับครอบครัวเพราะเพิ่งจะมีลูกสาวคนแรกทั้ง "ก่อเกียรติ เขียวแป้น" ที่ "น้องฟาง" ลูกสาวคลอดในวันเดียวกับหนังสือพิมพ์ฉบับปฐมฤกษ์วางแผง 10 พฤศจิกายน 2540 ถัดมาอีก 20 วัน "น้องพิม" ของ "ประสาณ สุขใส" ก็ลืมตาดูโลกเช่นกัน

    การทำงานซึ่งไม่มีวันหยุด สมองที่ไม่ได้หยุดพักในการคิดเพื่อทำงานให้ดีที่สุด คิดหาช่องทางหารายได้มาพยุงให้อยู่รอด รวมทั้งคิดหากิจกรรม เพื่อเสริมบทบาทหนังสือพิมพ์ให้เป็นสื่อของชุมชน และประชาสัมพันธ์หนังสือพิมพ์ให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งทั้งหมดต้องแข่งกับเวลา และการเงินซึ่งถือว่ามีน้อยมากย่อมไม่แปลกที่สังคมสงขลาจะเห็น โฟกัสสงขลา จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 ครั้งทั้งได้เงิน เสียเงิน และได้กล่อง หรือบางครั้งอาจจะได้อะไรที่ไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะการทำงานที่ผิดพราด และอ่อนประสบการณ์

    พฤษภาคม 2541 ผู้จัดการรายวัน ไม่สามารถจะทนกับภาวะวิกฤติได้ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารเกิดขึ้นพร้อมกับนโยบายลดพนักงาน และให้เลิกทำหนังสือพิมพ์โฟกัสสงขลาจากเดิมที่ผู้บริหารชุดเก่า มีความคิดที่จะร่วมถือหุ้นกับ "โฟกัสสงขลา"

    เมื่อต้องมายืนเป็นเอกเทศ ด้วยความเมตตาจาก"คุณสนธิ ลิ้มทองกุล" บิ๊กบอสผู้จัดการ ที่อนุญาตให้ยืมใช้คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ได้ 1 ปี เพื่อให้เรามีระยะเวลาที่จะซื้อหาได้เอง ทีมงานชุดแรกก็ต้องทำงานหนักทั้งทำ "โฟกัสสงขลา" อย่างมุ่งมั่นว่า เป็นหนังสือพิมพ์ที่ดีที่สุดในท้องถิ่น บนพื้นฐานแห่ง "นักข่าวอาชีพ" ขณะเดียวกันฝ่ายบริหารก็ต้องคิดหาแนวทางในการหารายได้ เพื่อให้เพียงพอทั้งเงินเดือนคนทำงาน และค่ากระดาษ ค่าพิมพ์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยมี "พี่ปุ่น" สมเกียรติ จิตสกุลชัยเดช และหุ้นส่วนหลายๆ ท่านสนับสนุน และเป็นกำลังใจ

    งานเปิดท้ายขายของ การแข่งขันแรลลี่ จัดวิ่ง งานสัมมนา เสวนา ดินเนอร์ทอล์ก ฯลฯ คือกิจกรรมพิเศษที่เราทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อสร้างบทบาททางสังคม ด้วยแนวคิดที่ผู้ใหญ่แนะนำว่า "ไปที่ไหนต้องมีโฟกัส" หรือ "ต้องให้เขาเห็นเราสม่ำเสมอ" ในฐานะที่เราเกิดใหม่ จึงต้องตอกย้ำความมั่นใจว่า "เราจะอยู่กับท่าน" และ "เราจะก้าวเดินไปด้วยกัน" กับทุกสถานการณ์และเรื่องราวประเด็นร้อนๆ ในสังคม "โฟกัสสงขลา" ทำหน้าที่เป็น "ผู้สร้างวาระ" พร้อมหาพันธมิตรองค์กรทางสังคม และธุรกิจทำกิจกรรมสังคมด้วยกันอย่าง ต่อเนื่อง

    อาทิ กรณีปัญหาปลากะตัก โครงการท่อส่งแก๊สธรรมชาติ ไทย-มาเลเซีย การกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น การเลือกตั้ง อบจ. เทศบาล และอบต. วิกฤติท่องเที่ยวหาดใหญ่ ฯลฯ

    บนเส้นทางคนทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นงานที่ยากและหนักหนาสาหัสยิ่ง กับกรอบคิด และแนวทางการทำงาน ที่มีต้นทุนการดำเนินงานสูง และมีข้อจำกัดในการหารายได้มากด้วย ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก

    แม้ในบทบาทหนังสือพิมพ์ จะเป็นที่ยอมรับมากรวมทั้งมีรางวัลต่างๆ มากมายการันตีคุณภาพการทำงาน ทั้งรางวัลข่าวยอดเยี่ยม ข่าวชมเชย รางวัลส่งเสริมจริยธรรมดีเด่นรางวัลสื่อมวลชนดีเด่น ฯลฯ โดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ หอการค้าจังหวัดสงขลา กระทรวงวัฒนธรรม ฯลฯ

    ขณะเดียวกัน ยอดขายหนังสือพิมพ์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับปริมาณโฆษณาที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น เมื่อหนังสือพิมพ์เป็นที่รู้จักมากขึ้น อีกทั้งเราได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบการนำเสนอและเนื้อหาที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายทั้งผู้อ่าน และผู้สนับสนุนโฆษณาอย่างต่อเนื่อง จากการทำวิจัยตลาดหลายๆ ครั้ง


    เมื่อได้ประสบการณ์ระยะหนึ่ง เราจึงขยับเป้าหมายจาก หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นระดับจังหวัด เป็น "หนังสือพิมพ์ภูมิภาค" พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น "โฟกัสภาคใต้" โดยตั้งเป้าหมายที่จะเร่งสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ ด้วยการเปิดสำนักงานสาขาที่จังหวัดภูเก็ต และจ้างพนักงานส่วนหนึ่งประจำที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

    ทำได้ประมาณหนึ่งปี พบว่าขาดทุนมาก และประเมินว่า เราไม่พร้อมที่จะเดินเช่นนั้นต่อไป จึงตัดสินใจถอยกลับมาสู่ที่ตั้ง มีสำนักงานแห่งเดียว และลดพนักงานจากช่วงนั้นที่ขยายไปมากกว่า 24 คน ลงมาเหลือ 14 คน

    ในทางธุรกิจ เราไม่ประสบตวามสำเร็จนอกจากภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นแล้ว ปัญหาสภาพคล่อง กับความอ่อนด้อยประสบการณ์ทางการบริหาร ก็ทำให้ต้องสูญเสียพนักงานที่มีคุณภาพไปหลายต่อหลายคน รวมทั้งยังมีปัญหาจากการขาดประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจ จึงมีปัญหากับกรมสรรพากร

 คำอธิบายภาพ : Focus15ths-13copy

    เมื่อธุรกิจมีปัญหา "หุ้นส่วน" ที่ร่วมก่อตั้ง ด้วยจิตใจที่มุ่งหวังจะให้มีหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นดีๆ สักเล่มหนึ่ง ภายใต้เงื่อนไขแต่ละคนไม่ต้องลงทุนมาก เพราะเราไม่มีหลักประกันว่า จะประสบความสำเร็จหรือทำให้อยู่รอด หรือมีกำไรได้ การประชุมผู้ถือหุ้นระยะหลังๆ จึงแทบไม่มีใครอยากเข้า


    จากหลายๆ ปัญหา จึงได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น"โฟกัส มัลติมีเดีย กรุ๊ฟ" ใช้ได้อยู่ประมาณ 3 -4 ปี มีปัญหาอีกครั้งจึงได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนอีกครั้ง จนปัจจุบันเป็น"บริษัท สงขลาทูเดย์ จำกัด" เมื่อปี 2552 เพื่อให้ดำเนินงานต่อไปได้

    ไม่ว่าจะมีอุปสรรค ข้อกำจัด หรือปัญหาในการทำงานอย่างไร แต่เราก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการที่จะเป็น"ผู้นำ" หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในภาคใต้ ทั้งในด้านคุณลักษณะของคนทำงาน ผู้สื่อข่าวมืออาชีพ ที่มีพื้นฐานการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรี สไตล์การทำงาน และการนำเสนอข่าว การพัฒนารูปเล่มหนังสือที่โดดเด่น และแตกต่างจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทั่วๆ ไป

    ตลอดจนการยืนหยัด ประกาศตัวเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่ยรายสัปดาห์ ที่ตีพิมพ์ต่อเนื่องเล่มแรกในภาคใต้ ที่มีระบบการจัดการหนังสือพิมพ์ได้มาตรฐานหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง คือการมีกองบรรณาธิการ ฝ่ายการตลาด จัดจำหน่ายและฝ่ายบริหาร รวมทั้งจัดระบบจำหน่ายหนังสือพิมพ์ทั้งผ่านเอเยนต์ และระบบสมาชิกรายปี ที่เรารับผิดชอบจัดส่งเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นสำหรับลูกค้า และผู้สนับสนุนโฆษณา เหล่านี้จึงทำให้เราจึงเป็น "ทีมใหญ่" กว่าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทั่วๆไป ที่ทำกันฉบับ 2-3 คน หรือไม่ก็ทำกันนะรรบครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือทำโดยกลุ่มผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง ที่ทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเป็นงานเสริม

    แต่ "โฟกัส" เรายึดหนังสือพิมพ์ของเราเป็นภารกิจหลัก มีเป้าหมาย และพันธกิจทางสังคมอย่างชัดเจน พนักงานของเราไม่ต้องไปรับจ็อบ หรือทำข่าวขายหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง จึงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพข่าวให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้อ่านในท้องถิ่น ดังเป้าหมาย"ข่าวใกล้ตัวประเด็นโดนใจ" ผู้อ่านให้ความมั่นใจว่า ที่ "โฟกัส" จะมีข่าวที่แตกต่างจากหนังสือพิมพ์ทั่วๆ ไป ทั้งด้านเนื้อหา และวิธีการนำเสนอแต่ก็ต้องยอมรับว่า ระยะหลังๆ นี้ คุณภาพการนำเสนอข่าวลดลงไปมาก ทั้งนี้ เนื่องจากทีมงานใหม่ ยังมีประสบการณ์ไม่มาก อีกทั้งข้อจำกัดจากจำนวนบุคลากร และด้านอื่นๆ ทำให้เราไม่สามารถทำคุณภาพการนำเสนอข่าวได้มากเท่าในระยะ 10 ปีแรก แม้ใจเราต้องการที่จะทำให้ได้ก็ตาม

พรุ่งนี้ของโฟกัส

    ในระยะเวลา 2?3 ปีที่ผ่านมา ผู้อ่านที่ติดตามสม่ำเสมอจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของโฟกัส ทั้งชื่อที่เปลี่ยนจาก "โฟกัสภาคใต้" มาเป็น "ภาคใต้โฟกัส" เพื่อให้ได้มาตรฐานสากล แต่เชื่อว่า ผู้อ่านทั่วไปจะเรียกเราสั้นๆ ว่า "หนังสือพิมพ์โฟกัส" และยังมีคนจำนวนมากที่ยังเรียก "โฟกัสสงขลา" ติดปาก พอๆ กับ "โฟกัสภาคใต้" ด้วยเพราะรูปลักษณ์ของโลโก้เราไม่ได้เปลี่ยนไปมากหากไม่สังเกตุก็จะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงตรงนั้น

    ที่เปลี่ยนแปลงมากๆ คือการปรับตัวผลิตภัณฑ์คือโครงสร้างเนื้อหา ที่เราเคยทำเป็นหนังสือพิมพ์ 3 ปก ประกอบด้วย ปกสงขลา ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่น ปกสตูล-อันดามัน และปกอ่าวไทย-ชายแดนใต้ ต่อมาได้ลดต้นทุนการผลิต จึงปรับเหลือเพียง 2 ปกเช่นปัจจุบัน อันประกอบด้วย

    ปก สงขลา ที่วางจำหน่ายในจังหวัดสงขลา และจังหวัดอื่นๆตั้งแต่ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง กระบี่พังงา และภูเก็ต

    ส่วน ปก สตูล-ชายแดนใต้ วางจำหน่ายที่จังหวัดสตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

    ซึ่งหมายถึงว่า ปกใด ก็จะเน้นข่าวพื้นที่นั้นๆ ขึ้น เพื่อให้ใกล้ตัวกับผู้อ่านให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัด ทำให้เรายังไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ข่าวจังหวัดอื่นๆ ได้มาก ข่าวที่เข้มข้นจึงยังเป็นจังหวัดสงขลา รองลงมาก็เป็นสตูล และชายแดนใต้


    เชื่อว่า ในระยะนี้ก็คงจะเป็นเช่นนี้ไปก่อน หากจะเพิ่มมากขึ้นก็น่าจะเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช กับสุราษฎร์ธานี หากเราสามารถจัดหาทีมงานที่รับผิดชอบงานได้ตามเป้าหมาย และกรอบแนวทางการทำงานที่กำหนดได้

    ก้าวเดินต่อไปของ "โฟกัส" ภายใต้การบริหารงานในนาม "บริษัท สงขลาทูเดย์ จำกัด" ก็คือ การมุ่งมั่นพัฒนาหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ฉบับนี้ เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้กระแสสื่อใหม่ ที่มาแรง และปัจจัยภายนอกที่เป็นข้อจำกัดมากขึ้นด้วยแต่เราก็เชื่อว่า หากยังรักษาจุดแข็งไว้ได้ เราก็ยังมีที่ยืน และจะเดินต่อไปข้างหน้าได้ด้วย


    พร้อมๆ กันนั้น เราต้องเร่งพัฒนาเป็น "สถาบันสื่อท้องถิ่น" ที่มีความเป็นมืออาชีพอย่างจริงจัง พร้อมกับมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ดังเช่นที่เราได้เริ่มทำวารสารายเดือน"โฟกัส พร้อพเพอร์ตี้" และเตรียมออกวารสาร "โฟกัส ผู้นำ":ซึ่งทั้งสองเล่มนี้ยังต้องรอความพร้อมด้านทีมงานอีกระยะหนึ่งจึงจะมีคุณภาพดีกว่าที่เป็นอยู่

 คำอธิบายภาพ : Songkhlatoday

    ขณะเดียวกัน เราต้องขยายไปสู่สื่อใหม่ คือการพัฒนาเวบไซด์ www.songkhlatoday.com นอกจากเป็นเวบข่าวแล้วจะต้องให้เป็น "ทีวีออนไลน์" :ซึ่งทุกวันนี้ เราได้ลงทุนเครื่องมืออุปกรณ์ และทีมงานบางส่วนแล้ว แต่ยังต้องรอประสบการณ์ และความพร้อมอีกหลายๆ ด้าน จึงจะดำเนินการให้เต็มรูปแบบได้


    การหา "พันธมิตรสื่อส่วนกลาง" เพื่อให้กองบรรณาธิการได้สร้างรายได้ให้บริษัท และเพิ่มรายได้ให้พนักงานในรูปแบบของการขายข่าว หรือการเป็น "เอเยนต์ข่าว" หรือ "สำนักงานข่าว" ด้วยปัจจุบันสื่อใหม่มีอิทธิพลสูง ดังนั้น "นักข่าวรุ่นใหม่" จะต้องรายงานข่าวได้ทั้งทางหนังสือพิมพ์ มือถือเวบไซด์ วิทยุ และทีวี ดังนั้นอนาคตเราจะต้องมีช่องทางนำเสนอข่าวของทีมโฟกัส ที่มาก และหลากหลายขึ้นด้วย

    การพัฒนาสื่อใหม่ ด้วยการนำเสนอข่าว หรือหนังสือพิมพ์ในระบบ Ebook ด้วยการสร้างแอพพลีเคชั่น ให้สามารถอ่านได้บนสมาร์ทโฟน หรือไอโฟน หรือระบบปฏิบัติการแอนดรอยฟ์ ก็เป็นสิ่งที่จะต้องทำในระยะใกล้เช่นกัน ซึ่งสามารถพัฒนาให้อ่านทั้งในรูปแบบของ "ชิ้นข่าว" หรือ "หนังสือพิมพ์รายวัน" ที่อ่านบนไฟล์ pdf ก็ได้

    ขณะที่ หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส รายสัปดาห์ ในระยะต่อไป ก็จะต้องพัฒนาระบบการขายสมาชิกในรูปแบบของ Ebookหรืออ่านบนไฟล์ pdf ด้วยเช่นกัน

ทั้งหมดก็ต้องรอความพร้อมด้านบุคลากร และเงิน ทุน.....

สู่ธุรกิจอีเว้นท์-สิ่งพิมพ์

    ประสบการณ์ที่เราจัดอีเว้นท์หลากหลายรูปแบบมาอย่างต่อเนื่อง ประสบความสำเร็จบ้าง ไม่ประสบความสำเร็จบ้าง ทั้งประชุม สัมมนา ดินเนอร์ทอล์ก มอเตอร์โชว์ มหกรรมบ้าน ICT-EXPO หรือ Lady week Beathy & Healthy Festivalฯลฯ ทำให้เราได้ตั้งเป้าหมายว่า จะจัดอีเว้นท์ใหญ่ๆ ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฯ มอ. ให้ได้ไตรมาสละ 1 งาน ที่กำหนดแล้วอย่างชัดเจนในปี 2556 คือ งานมหกรรมบ้านและวัสดุตกแต่งครั้งที่ 3 , งานหาดใหญ่ มอเตอร์โชว์ 2013 และ งานเจาะตลาดฮาลาลโลก หรือ Halal World 2013

 คำอธิบายภาพ : Flcopy

    ด้วยการจัดทีมงานขึ้นมาทำงานทางด้านนี้ ภายใต้ชื่อ"FOCUS 1+" หรือ โฟกัส วัน พลัส

    และด้วยที่เรามีทีมกราฟฟิค ที่ต้องจ้างประจำหลายๆคน จึงได้ซื้อเครื่องพิมพ์ระบบ Digital printing มาบริการลูกค้าและเพื่อความสะดวกในงานของเราเอง จึงได้ตั้งเป้าจะให้บริการงานสิ่งพิมพ์มากขึ้นในอนาคต ด้วยเพราะงานพิมพ์อื่นๆ เราก็สามารถบริการลูกค้าได้ทั้งคุณภาพที่ดี และราคามิตรภาพ จากพันธมิตรโรงพิมพ์ทั้งในจังหวัดสงขลา และที่กรุงเทพฯ ที่จะเลือกใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้

 คำอธิบายภาพ : FocusDprintcopy

    เช่นเดียวกับการผลิตสื่ออื่นๆอาทิ ไวนิล ป้ายโฆษณา หรืออื่นๆ ที่เราจะพัฒนาทีมงานให้บริการลูกค้าต่อไปด้วย โดยในส่วนของงานพิมพ์ทั้งระบบเราดำเนินงานภายใต้แผนก "Focus Dprint" หรือ โฟกัสดี พริ้นท์

    แน่นอนที่สุดสำหรับ"โฟกัส" แล้ว หนังสือพิมพ์ยังเป็น "ธง" ขององค์กร แต่เราจำเป็นต้องขยายขอบเขตการทำงานด้านสื่อ เพื่อสร้างความเติบโตทางธุรกิจ และหลักประกันรายได้ที่ดีให้กับคนทำงานให้สามารถยึดมั่นอุดมการณ์ ในการทำงานอย่างมืออาชีพให้ได้คุณภาพงาน ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมมากที่สุด


.