ข่าวหาดใหญ่-สงขลา-สงขลาทูเดย์,songkhlatoday.com

ชัดทุกข่าว-เข้าถึงทุกที่-เวทีชุมชน

  • pdapda

สังคมคนใต้

สนใจมาร่วมกันรายงานข่าวกับทีมงานสงขลาทูเดย์ สามารถแจ้งข่าวมาได้ที่อีเมล์ focuspaktai@gmail.com

STV-'นายกต้อย'จากเด็กชนบทสู่นักพัฒนา รักและตั้งมั่นที่จะนำสงขลาสู่ความทันสมัย.-ท้องถิ่นพัฒนา

by Dorn.Skyblue @18-03-2556 15.14 ( IP : 122...123 ) | Tags : สังคมคนใต้ , Songkhla TV

ท้องถิ่นพัฒนา

'นายกต้อย'จากเด็กชนบทสู่นักพัฒนา รักและตั้งมั่นที่จะนำสงขลาสู่ความทันสมัย

"การที่เป็นเด็กบ้านนอก จบมาจากโรงเรียนวัด จบมาจากในวัด เป็นลูกชาวนามาก่อนได้สัมผัสกับชนบท ได้มีโอกาสมาเรียนในเมือง เพราะฉะนั้นความเป็นชนบทและคนเมืองมันสั่งสมอยู่ในตัวผม การที่จะพัฒนาทั้งเมืองและชนบทให้ดีขึ้น ผมคิดว่าประสบการณ์ที่ผมมีตั้งแต่เล็กกับความรู้ที่ได้เรียนรู้มาจะเป็นตัวสั่งสมทำให้ผมสามารถค้นคิด รู้ถึงความต้องการของพี่น้องทุกระดับและคิดเป็นแผนงานโครงการเพื่อสนองตอบทั้งด้านเศรษฐกิจ ทางด้านสังคม ด้านการศึกษา ได้ครอบคลุมเหมือนที่เคยทำมา"  เป็น"คำพูด"อีกประโยคหนึ่งที่สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นในการเป็นนักพัฒนาของ "อุทิศ ชูช่วย" นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา(อบจ.) ที่ขณะนี้ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาสงขลา ในบทบาทนายกอบจ.สงขลา มา 3 ปีกับอีก 3 เดือน ภายใต้แนวคิดที่ว่า "ผมจะนำสงขลาสู่การพัฒนาแบบยั่งยืน" ตามพันธกิจที่ให้ไว้กับประชาชน

"ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เราลงพื้นที่หาเสียง พบปะพี่น้อง เตรียมตัวจะเสนอตัวเป็น นายก อบจ.สงขลา มาตลอด และตั้งแต่ได้รับตำแหน่งนายกอบจ. สงขลา ผมก็ยึดนโยบายหลักๆเหมือนเดิม ตั้งแต่เริ่มหาเสียงจากอดีตถึงปัจจุบัน โดยเดินทางไปพบพี่น้องทั้ง 16 อำเภอ ในสงขลาและประกาศเป็นนโยบาย 3 อ. ประกอบด้วย อ.แรกเป็น "อดีต" ซึ่งการที่เราจะเป็นตัวแทนประชาชน ๆ จะมองว่าเรามีประวัติความเป็นมา ภูมิหลังเป็นอย่างไร มีอาชีพสุจริตหรือไม่ ดูผลงานในอดีตว่าเคยทำอะไรมาบ้าง ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องผลงาน เรื่องความประพฤติและการกระทำ เพราะฉะนั้นการจะดูว่าอดีตคนๆ หนึ่งว่ามีความพร้อม มีความสง่างามพอที่จะเป็นตัวแทนของชาวสงขลาได้ไหม  ส่วน อ. ที่สอง "อบายมุข" นักการเมืองที่ดีต้องไม่อยู่ในวงจรของอบายมุขและอาชีพ สีดำ และสีเทา ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ เราเลือกมาเป็นตัวแทนเป็นหนึ่งเดียว เพราะฉะนั้นจะต้องไม่อยู่ในอบายมุขทุกปะการ"

"ส่วนอ. 3 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาส่วนหน้า คือ การเสนอนโยบายว่า จะไปตั้งจุดสถานที่ทำงานในโซนต่างๆ โดยเฉพาะในหาดใหญ่ ดูแลด้านการท่องเที่ยว ด้านความปลอดภัย ในพื้นที่ด้านคาบสมุทรสทิงพระเพื่อดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ดูแลเรื่องภัยพิบัติต่างๆเพื่อจะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องในยามเกิดอุทกภัย เกิดวาตภัย ในโซนของอ.นาทวีที่จะต้องดูแล ทั้งเทพา ,สะบ้าย้อยและจะนะ จะใช้พื้นที่อ.นาทวี เพื่อเป็นมือไม้ในการดูแลพี่น้องประชาชนทั้งสงขลา" นายอุทิศกล่าวและว่า

"ผมหาเสียงบอกกับพี่น้องประชาชนสงขลามาอย่างนี้ตลอด จนในที่สุดผมก็ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สงขลา หลังจากนั้นก็ได้ดำเนินการทั้ง 3 เรื่องอย่างสม่ำเสมอ ในเรื่องของการขับเคลื่อนแผนงานโครงการต่างๆที่ได้ให้พันธสัญญาให้เป็นพันธกิจหรือเป็นพันธะกับพี่น้องประชาชนตามลำดับ โดยให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางของการดึงดูดการท่องเที่ยว เพื่อสร้างเศรษฐกิจในภาพรวมทั้ง 16 อำเภอ เราได้ทุ่มงบประมาณในเรื่องของการส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่า ประเพณี, ศาสนา, ศิลปวัฒนธรรม ,งานปีใหม่คาวน์ดาวน์ ,งานตรุษจีน ,งานกินเจ ตลอดจนงานสงกรานต์ และงานอีเว้นท์ต่างๆ ให้เกิดขึ้นในหาดใหญ่ทั้งหมด"

"ทางอบจ.สงขลาจัดให้มีกิจกรรมเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ส่วนเรื่องของความปลอดภัย ติดตั้งจอ CCTV ซึ่งขณะนี้ติดตั้งไปแล้ว 52 ตัวในจุดยุทธศาสตร์ โดยรวมศูนย์ที่อบจ.ส่วนหน้า (หน้าวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่) โดยมีการเฝ้าระวัง 24 ชม. ก็ถือว่าได้ผล สามารถที่จะดูแลความปลอดภัย จราจรและเรื่องเหตุร้ายต่างๆให้พี่น้องและนักท่องเที่ยวได้มีความอุ่นใจ มีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น และเราจะทำอย่างต่อเนื่อง" นายอุทิศ กล่าว

และจากวิสัยทัศน์ที่เห็นความสำคัญคำว่า "การพัฒนาเศรษฐกิจ"  เป็นเรื่องสำคัญนายกอุทิศ จึงคิด นโยบายที่เรียกว่า 2 ศ. 1ป.และ 1ก.  ที่คอยขับเคลื่อนให้จังหวัดสงขลาของเราเป็นศูนย์กลางของ 2 ศ.  คือ ศูนย์กลางของการคมนาคม ทั้งทางบกและทางอากาศ และศูนย์กลางของการท่องเที่ยวของ 8 จังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันออก โดยสงขลาเป็นศูนย์กลางมีนครศรีฯ, พัทลุง ตรัง, สตูล, ยะลา ,นราธิวาสและปัตตานี  โดย ศ. แรก จะขับเคลื่อนให้สงขลาเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมทางบกและอากาศ ซึ่งที่ผ่านมาอบจ.สงขลา ได้ร่วมกับหอการค้าสงขลาและ(มอ.) สนับสนุนงบประมาณในการศึกษาออกแบบและรับฟังความคิดเห็น ?มอเตอร์เวย์? จากด่านสะเดา-หาดใหญ เพื่อรองรับการจราจรที่แออัดของถนนกาญจนวนิช ซึ่งเป็นเส้นทางของนักท่องเที่ยวที่มาจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งจะทำให้เพิ่มตัวเลขจาก 800,000 คน เป็น 1,600,000 คน ภายใน 2 ปีอย่างแน่นอน

"เราทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากที่สุด เพราะมันจะส่งผลให้เศรษฐกิจในหาดใหญ่และในรอบนอกเพิ่มมูลค่าขึ้นเป็น 2 เท่า นั้นหมายความว่า ถ้าธุรกิจใด พ่อค้าแม่ขายคนใดเคยได้รับรายได้เดือนละ 1 บาท ในอนาคตถ้ามีมอเตอร์เวย์จะต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 บาทต่อเดือน นี่คือสิ่งที่คิดว่าน่าจะเกิดขึ้น ถึงแม้มอเตอร์เวย์จะไม่ใช่ภารกิจของ อบจ.โดยตรง แต่อบจ.ก็สามารถสนับสนุนให้มีการศึกษา ให้มีการขับเคลื่อนได้ ส่วนทางอากาศ ผมสามารถเชิญชวนบริษัท ไฟว์ เอ้อ ไฟว์ สายการบินของประเทศมาเลเซีย บินมาหาดใหญ่ได้อีก 1 สายการบิน อาทิตย์ละ 3 เที่ยวบิน ขณะนี้ก็ได้เปิดให้บริการแล้ว และกำลังไปเจรจากับสถานทูตจีนประจำจังหวัดสงขลา สถานกงสุลจีนประจำจังหวัดสงขลา เพื่อที่จะไปเจรจาให้ประเทศจีน มณฑลกวางตุ้ง เมืองกวางโจว บินตรงมาที่หาดใหญ่ อีก 1 สายการบินซึ่งขณะนี้กำลังขับเคลื่อนอยู่" นายอุทิศกล่าว

และศ.ที่ 2 เป็นการกำหนดให้สงขลาเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว โดยที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่จะเที่ยวต่อไปอีกหลายจังหวัดรอบๆเช่น ตรัง นครศรีฯ พัทลุง โดยร่วมกับสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดทำเป็นเอกสาร พ๊อกเก็ตบุ๊ค แปลเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีนเพื่อบอกเส้นทางการท่องเที่ยวโดยให้สงขลาเป็นศูนย์กลาง เช่น นักท่องเที่ยวมีเวลา 4 วัน ในการมาพักผ่อน สามารถที่จะเลือกสถานที่ท่องเที่ยว จะไปตรัง,นครศรีฯ กระบี่.พัทลุงก็ได้  เปรียบเสมือนเราเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่จะคอยเชื่อมโยงจังหวัดต่างๆในรอบนอกของเรา"

"ส่วน1 ป. คือความปลอดภัย โดยติดตั้งจอ CCTV ไปแล้ว 52 ตัวและวันนี้ได้เพิ่มการ ติดตั้งทั้งในรอบนอกหาดใหญ่, จะนะ,เทพา,นาทวี,สะบ้าย้อย ,สะเดา,ปาดังเบซาและเมืองสงขลา รวมทั้ง 7 แห่งเป็นวงเงิน 130 ล้านบาท คาดว่าดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 3 เดือนข้างหน้า พร้อมจัดหน่วยลาดตระเวน ที่ใช้รถเฉพาะในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและแนะนำนักท่องเที่ยว หน้าโรงแรมลีกาเด้นท์ ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1,2,3 และหน้าสถานีรถไฟ ตอนนี้กำลังขับเคลื่อนเรื่องความปลอดภัยอยู่เช่นกัน"

นายอุทิศ ยังกล่าวต่อว่า ส่วน 1 ก. กิจกรรม ที่ขับเคลื่อนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลสาบสงขลา ก็ดำเนินการขับเคลื่อนต่อไปซึ่งขณะนี้  โครงการดังกล่าวกำลังชะลอโครงการตามคำสั่งของศาลปกครองที่ให้ระงับการจัดซื้อจัดจ้างชั่วคราว แต่เรื่องของการดำเนินงานขั้นตอนต่างๆทั้งหลายก็ยังเดินหน้าอยู่ แต่อย่างไรก็ตามอบจ.สงขลาก็มิได้อยู่เฉยที่จะพัฒนาและคิดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆเพื่อสร้างสีสันในกับการท่องเที่ยวเมืองหาดใหญ่  "สงขลา วาไรตี้ อเวณู" ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่อบจ.สังสรรค์มันเพิ่มสีสันให้กับการท่องเที่ยวสงขลา
"เป็นสถานที่ที่จะทำให้เกิดสีสันของการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของสงขลา อบจ.ได้ไปเช่าที่ดินเนื้อที่ 2 ไร่ครึ่งจากเอกชนอยู่ใจกลางเมืองหาดใหญ่ ข้างโรงเรียนวิริยะเทียน ห่างจากลีกาเด้นท์ประมาณ 500 เมตร จะใช้พื้นที่ตรงนั่นทำเป็น "สงขลาวาไรตี้ อเวณู" โดยจะเริ่มจากงาน "สงกรานต์สาดสี" จัดในวันที่ 12-14 เมษายน เราใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นแหล่งร่วมนักท่องเที่ยว โดยใช้สีผง สีฝุ่น ที่มีหลากหลายสีสัน วันเปิดจะมีการโยนสีฝุ่น เพื่อให้เกิดเป็นสีสันโดยใช้สีจากประเทศอินเดียที่เขาใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา ไม่เป็นพิษต่อร่างกายและสามารถล้างน้ำได้ ปลอดภัยกินได้ซึ่งเป็นการสร้างสีสันในวันสงกรานต์ และแพร่ภาพไปทั่วประเทศให้ผู้คนได้เห็นกิจกรรมหาดใหญ่สงขลาสาดสี"

"และหลังจากนั้นเราจะกิจกรรมทุกวันศุกร์และเสาร์ โดยจำลองกิจกรรมของ "เพลินวาน" ที่ประจวบคีรีขันธ์ มาใส่ไว้ในพื้นที่แห่งนี้ ยกย่องผู้ที่ทำให้เกิดการพัฒนาหาดใหญ่ พัฒนาเศรษฐกิจ ตั้งแต่ยุคของทำทางรถไฟเข้ามาในหาดใหญ่ แน่นอนที่สุด ขุนนิพัทธ์ จีนนคร(จิระนคร) เป็นผู้ได้บุกเบิกการทำรางรถไฟนำความเจริญมาสู่หาดใหญ่ ใน "สงขลาวาไรตี้ อเวณู" จะนำประวัติของท่าน ผลงานของท่าน มายกย่องเชิดชู เป็นคุณูปการณ์ที่สำคัญต่อเมืองหาดใหญ่และอีกหลายๆคนที่มีส่วนในการพัฒนาบ้านเมือง จำลองของดีในแต่ละภาค วิถีชีวิตโหนดนาเลในคาบสมุทรสทิงพระ วิถีชีวิตของคนบางกล่ำ,รัตภูมิ เอาข้อดีของแต่ละอำเภอ ของดี ของอร่อยมารวมกัน และยังมีรถละหมาดเคลื่อนที่สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว ต่างๆไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่จะละหมาด ซึ่งน่าจะเป็นที่แรกของประเทศไทย ซึ่งคนสงขลาจะเห็นการขับเคลื่อน เหล่านี้ภายใน 3 เดือน ก่อนเลือกตั้งนายกอบจ.อย่างแน่นอน"

หลังจากนั้นนายอุทิศ ยังกล่าวบทสรุป ย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นนักพัฒนา ว่า การพัฒนานอกจากที่จะพัฒนาในด้านของความเป็นเมืองแล้ว การพัฒนาตามอำเภอรอบนอกก็ต้องทำด้วย ซึ่งจากที่เป็นเด็กบ้านนอก เกิดที่ระโนด เป็นลูกชาวนา จบจากโรงเรียนวัด และมีโอกาสเข้ามาเรียนหนังสือในเมือง เพราะฉะนั้นความเป็นชนบทและคนเมืองมันสั่งสมอยู่ในตัวผมมาก และการที่จะพัฒนาทั้งเมืองและชนบทให้ดีขึ้น ผมยืนยันว่าประสบการณ์ที่ผมมีตั้งแต่สมัยเด็ก กับความรู้ที่ได้เรียนรู้มา จะเป็นตัวสะสมทำให้ผมสามารถค้นคิด รู้ถึงความต้องการของพี่น้องทุกระดับและคิดเป็นแผนงานโครงการเพื่อตอบสนองทั้งด้านเศรษฐกิจ ทางด้านสังคม ด้านการศึกษา ได้ครอบคลุมเหมือนที่ผมเคยทำมา

และนั้นก็เป็นอีกเสี่ยวหนึ่งของการพัฒนา จ.สงขลาภายใต้การขับเคลื่อนของคนที่ชื่อ "อุทิศ ชูช่วย" นายก อบจ.สงขลา จากเด็กบ้านนอกที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเมืองสงขลาให้ยั่งยืน...















------------------------------------------------------------------------------------------------------------







โดย : ภาคใต้โฟกัส


.

Relate topics

แสดงความคิดเห็น

กรุณาป้อน Username / Password ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บไซท์แห่งนี้ หรือ สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซท์
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Horizontal Rule Page break Hyperlink Text Color :) Quote
คำแนะนำ เว็บไซท์นี้สามารถเขียนข้อความในรูปแบบ มาร์คดาวน์ - Markdown Syntax:
  • วิธีการขึ้นบรรทัดใหม่โดยไม่เว้นช่องว่างระหว่างบรรทัด ให้เคาะเว้นวรรค (Space bar) ที่ท้ายบรรทัดจำนวนหนึ่งครั้ง
  • วิธีการขึ้นย่อหน้าใหม่ซึ่งจะมีการเว้นช่องว่างห่างจากบรรทัดด้านบนเล็กน้อย ให้เคาะ Enter จำนวน 2 ครั้ง